Ratchada Law Firm

สำนักงานกฎหมายรัชดา

ThaiEnglish (UK)
CaseTh.jpg

Call us Today

  • ปรึกษาปัญหาฟรี
  • ค่าจ้างเป็นธรรม
  • โทรหาเราวันนี้
  • โทร 02 512 1942 หรือ 02 512 1941
  • กรณีฉุกเฉิน (24 ชั่วโมง) 09 285 48800

Follow us

Thai Law Firm

คดีหย่า ที่ต้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู บุตรหรือคู่สมรส

 

ทนายความคดีหย่า  สาระสำคัญของค่าอุปการะเลี้ยงดูที่ทนายความคดีหย่าต้องดำเนินการ

1. ค่าอุปการะเลี้ยงดู มีกฎหมายบัญญัติรับรองอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ว่าด้วยเรื่อง

ครอบครัว ลักษณะ 3

2. ค่าอุปการะเลี้ยงดู ไม่มีนิยามศัพท์เฉพาะในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงอาจพอสรุปได้ว่า "ค่า

อุปการะเลี้ยงดู" หรือเรียกทั่วไปว่า "ค่าเลี้ยงดู" คือ เงินที่จ่ายเป็นครั้งคราวเพื่ออุปการะกันระหว่างบุคคลที่เกี่ยว

พันกันในทางครอบครัวและตามกฎหมาย ได้แก่ สามีภริยา บิดามารดา และบุตร มีอยู่ 2 ประเภท คือ ค่าอุปการะ

เลี้ยงดูระหว่างสามีภริยา และค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างบิดามารดากับบุตร

3. ค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างสามีภริยาหรือระหว่างบิดามารดากับบุตรนั้นย่อมเรียกจากกันได้ในเมื่อฝ่ายที่ควร

ได้รับอุปการะเลี้ยงดูไม่ได้รับการอุปการะเลี้ยงดูหรือได้รับการอุปการะเลี้ยงดูไม่พียงพอแก่อัตภาพ ค่าอุปการะ

เลี้ยงดูนี้ ศาลอาจให้เพียงใดหรือไม่ให้ก็ได้ โดยคำนึงถึงความสามารถของผู้มีหน้าที่ต้องให้ ฐานะของผู้รับและ

พฤติการณ์แห่งกรณี ตามมาตรา 1598/38

4. เมื่อผู้มีส่วนได้เสียแสดงว่าพฤติการณ์รายได้ หรือฐานะของคู่กรณีได้เปลี่ยนแปลงไป ศาลจะสั่งแก้ไขในเรื่อง

ค่าอุปการะเลี้ยงดูโดยให้เพิกถอน ลด เพิ่ม หรือกลับได้ ค่าอุปการะเลี้ยงดูอีกก็ได้ ตามมาตรา 1598/39 วรรค

หนึ่ง

       ในกรณีที่ศาลไม่พิพากษาให้ค่าอุปการะเลี้ยงดู เพราะเหตุแต่เพียงอีกฝ่ายหนึ่งไม่อยู่ในฐานะที่จะให้ค่า

อุปการะเลี้ยงดูได้ในขณะนั้น หากพฤติการณ์ รายได้ หรือฐานะของอีกฝ่ายหนึ่งนั้นได้เปลี่ยนแปลงไป และ

พฤติการณ์รายได้หรือฐานะของผู้เรียกร้องอยู่ในสภาพที่ควรได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดู ผู้เรียกร้องอาจร้องขอให้

ศาลเปลี่ยนแหลงคำสั่งในคดีนั้นใหม่ได้ ตามมาตรา 1598/39 วรรคสอง

5. ค่าอุปการะเลี้ยงดูนั้นให้ชำระเป็นเงินโดยวิธีชำระหนี้เป็นครั้งคราวตามกำหนด เว้นแต่คู่กรณีจะตกลงกันให้

ชำระเป็นอย่างอื่นหรือโดยวิธีอื่น ถ้าไม่มีการตกลงกันและมีเหตุพิเศษ เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอและศาลเห็น

สมควร จะกำหนดให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูเป็นอย่างอื่นหรือโดยวิธีการอื่น โดยจะให้ชำระเป็นเงินด้วยหรือไม่ก็ได้

ตามมาตรา 1598/40 วรรคหนึ่ง

       ในกรณีขอค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร เมื่อมีเหตุพิเศษและศาลเห็นเป็นการสมควรเพื่อประโยชน์แก่บุตร จะ

กำหนดให้บุตรได้รับการอุปการะเลี้ยงดูโดยประการใดๆ นอกจากที่คู่กรณีตกลงกันหรือนอกจากที่ฝ่ายใดฝ่าย

หนึ่งร้องขอก็๋ได้ เช่นให้ไปอยู่ในสถานการศึกษาหรือวิชาชีพ โดยให้ผู้ที่มีหน้าที่ต้องชำระค่าอุปการะเลี้ยงดู

ออกค่าใช้จ่ายในการนี้ ตามมาตรา 1598/40 วรรคสอง

7. สิทธิที่จะได้ค่าอุปการะเลี้ยงดูนั้นจะสละหรือโอนมิได้และไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดี ตามมาตรา

1598/41 ดังนั้นถือว่าค่าอุปการะเลี้ยงดูนี้จึงถือว่าเป็นทรัียพ์นอกพาณิชย์ ห้ามโอนสิทธิกันเด็ดขาด ตามประมวล

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 143 

 

หน้าที่ของทนายความคดีหย่าต้องดำเนินการเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู

1. เตรียมคดี โดยการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ ทั้งจากฝ่ายลูกความและบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

2. ตรวจสอบความเรียบร้อยของเอกสารว่าลูกความว่ามีครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ เพราะคดีเกี่ยวกับการเรียกค่า

อุปการะเลี้ยงดูอาจมีเอกสารราชการหรือเอกสารมหาชนเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ทะเบียนสมรส เอกสารการจด

ทะเบียนรับรองบุตร เป็นต้น 

3. ตรวจสอบสิทธิ,หน้าที่ ทั้งหมดของลูกความและบุคคลฝ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น เหตุที่ทำให้มีสิทธิเรียกค่า

อุปการะเลี้ยงดู เหตุที่ทำให้ศาลสั่งให้ไม่ต้องจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดู หรือเหตุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจำนวน

ค่าอุปการะเลี้ยงดู เป็นต้น

4. ค้นหาข้อกฎหมาย ตรวจสอบคำพิพากษศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง และอายุความหรือระยะเวลาในการดำเนินคดี

ของลูกความ

5. ดูแลผลประโยชน์ของลูกความในผลความคืบหน้าของคดีอย่างสม่ำเสมอ

6. ให้คำแนะนำปรึกษาในทางกระบวนพิจารณาของศาลและข้อกฎหมายแก่ลูกความอย่างถูกต้องครบถ้วน เพื่อ

ประกอบการตัดสินใจของลูกความ