Ratchada Law Firm

สำนักงานกฎหมายรัชดา

ThaiEnglish (UK)
Service.jpg

Call us Today

  • ปรึกษาปัญหาฟรี
  • ค่าจ้างเป็นธรรม
  • โทรหาเราวันนี้
  • โทร 02 512 1942 หรือ 02 512 1941
  • กรณีฉุกเฉิน (24 ชั่วโมง) 09 285 48800

Follow us

Thai Law Firm

ทนายความคดีความผิดฐานกรรโชกทรัพท์

 

สาระสำคัญของความผิดฐานกรรโชกทรัพย์

1. ความผิดฐานกรรโชกทรัพย์นี้มีบัญญัติอยู่ในประมวลกฎหมายอาญา ภาค 2 ภาความผิด ลักษณะ 12 ความ

ผิดเกี่ยวกับทรัพย์ หมวด 2 ความผิดฐานกรรโชก รีดทรัพย์ ชิงทรัพย์และปล้นทรัพย์

2. ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลัง

ประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญ

หรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานกรรโชก ต้องระวางโทษจำคุก

ไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท ตามมาตรา 337 วรรคหนึ่ง

            ถ้าความผิดฐานกรรโชกได้กระทำโดย

            (1) ขู่จะฆ่า ขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายให้ผู้ถูกข่มขืนใจ หรือผู้อื่นให้ได้รับอันตรายสาหัส หรือขู่ว่าจะทำให้

เกิดเพลิงไหม้แก่ทรัพย์ของผู้ถูกข่มขืนใจหรือผู้อื่น หรือ

            (2) มีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ

            ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 1,000 บาทถึง 14,000 บาท ตาม

มาตรา 337 วรรคสอง

3. การกระทำความผิดฐานกรรโชกทรัพย์นี้เป็นความผิดที่ต้องการผลให้ผู้ถูกรรโชกต้องเกิดความกลัวขึ้นจน

ยอมให้หรือยอมจะให้ประโยชน์ในลักษณะทรัพย์สินแก่ผู้กรรโชกหรือแก่ผู้อื่นด้วย หากผู้ถูกกรรโชกไม่เกิด

ความกลัวขึ้นแล้ว ไม่ถือว่าเป็นความผิดสำเร็จ ผู้กระทำจึงมีความผิดเพียงพยายามกรรโชก ตามมาตรา 337

ประกอบมาตรา 80

4. “ประโยชน์ในลักษณะทรัพย์สิน” หมายความว่า การกรรโชกนั้นจะก่อให้เกิดการได้รับประโยชน์ต่างๆ ที่

เกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน  เช่น เพื่อให้ได้เงินมา หรือให้ได้รับทรัพย์มา หรือการทำให้ทรัพย์มีราคาเพิ่มขึ้น เป็นต้น

ที่ไม่ถือว่าเป็นประโยชน์ในลักษณะทรัพย์สินเช่น การกรรโชกแล้วได้แรงงาน ได้แก่ การขู่ว่าจะทำร้ายร่างกาย

หากไม่ซ่อมโต๊ะให้ เป็นต้น

 

หน้าที่ของทนายความคดีความผิดฐานกรรโชกทรัพย์

1. เตรียมคดีโดยการค้นหาข้อเท็จจริงจากบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้รอบด้านมากที่สุด

2. พบและให้คำปรึกษาลูกความเป็นการส่วนตัวในกรณีลูกความเป็นฝ่ายผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหา ตามสิทธิใน

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 7/1(1) และในชั้นศาล ไม่ว่าลูกความจะเป็นฝ่ายโจทก์ผู้เสีย

หายหรือจำเลย อย่างถูกต้องครบถ้วน เพื่อการตัดสินใจของลูกความได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. อยู่ร่วมในการสอบสวนกับลูกความกรณีเป็นฝ่ายผู้ต้องหา ตามสิทธิใน มาตรา 7/1(2) ประกอบ

มาตรา134/1 และมาตรา 134/3

4. ดำเนินการช่วยเหลือลูกความให้ได้รับการประกันตัวกรณีลูกความถูกจับอยู่ไม่ว่าจะในชั้นพนักงานสอบสวน

หรือชั้นฝากขังต่อศาลทั้งกรณีการถูกคุมขังโดยชอบด้วยกฎหมายหรือโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตาม

มาตรา90 หรือมาตรา 106

5. ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมให้แก่ลูกความเพื่อรักษาสิทธิต่างๆ กรณีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ ตาม

มาตรา 30

6. กรณีเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ต้องดำเนินการขอให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอเรียกทรัพย์สิน

หรือใช้ราคาแทนทรัพย์สินของลูกความที่เสียหายไปจากการกระทำความผิดในฐานความผิดที่ระบุไว้ ตาม

มาตรา 43 หรือยื่นคำร้องขอค่าสินไหมทดแทนให้แก่ลูกความ ตามมาตรา 44/1

7. ค้นหาพยานหลักฐานทั้งหลายที่เกี่ยวข้องเพื่อจะนำมาพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของจำเลย

8. ตรวจค้นข้อกฎหมาย และคำพิพากษาของศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบอายุความหรือระยะเวลาใน

การดำเนินคดีของลูกความ

9. ติดตามผลคดีของลูกความอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาประโยชน์แก่ลูกความเป็นสำคัญ

10. ดำเนินการให้ลูกความที่เป็นเจ้าของทรัพย์ที่ถูกยึดไว้เป็นของกลางให้ได้รับคืนของกลางกรณีเจ้าของไม่ได้

รู้เห็นเป็นใจให้ทรัพย์นั้นได้ใช้ในการกระทำความผิดด้วย ตามมาตรา 49  ประกอบประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 33 วรรคสองหรือมาตรา 34 วรรคสอง

 

 

***** บริษัท รัชดา ลอว์  จำกัด บริการด้านกฎหมายครบวงจร บริการด้านกฎหมาย ด้วยหัวใจนักกฎหมายมือ

อาชีพ” มีปัญหาเรื่องความผิดฐานกรรโชกทรัพย์โทรหาเราที่เบอร์   02-5121-941, 02-5121-942

เวลา 8.30-18.00 นาฬิกา วันจันทร์-เสาร์ นอกเวลาดังกล่าวสามารถติดต่อได้ที่ 081-3737-440 

ทาง e-mail :This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. 

ทาง facebook : www.facebook.com/Ratchadalawfirm *****