Ratchada Law Firm

สำนักงานกฎหมายรัชดา

ThaiEnglish (UK)
Service.jpg

Call us Today

  • ปรึกษาปัญหาฟรี
  • ค่าจ้างเป็นธรรม
  • โทรหาเราวันนี้
  • โทร 02 512 1942 หรือ 02 512 1941
  • กรณีฉุกเฉิน (24 ชั่วโมง) 09 285 48800

Follow us

Thai Law Firm

ทนายความคดีความฐานลักทรัพย์

 

สาระสำคัญของความผิดฐานลักทรัพย์

1. ความผิดฐานลักทรัพย์นี้มีบัญญัติอยู่ในประมวลกฎหมายอาญา ภาค 2 ภาความผิด ลักษณะ 12 ความผิด

เกี่ยวกับทรัพย์ หมวด 1 ความผิดฐานลักทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์

2. ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์

ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 6,000 บาท ตามมาตรา 334

3. ผู้ใดลักทรัพย์

            (1) ในเวลากลางคืน

            (2) ในที่หรือบริเวณที่มีเหตุเพลิงไหม้ การระเบิด อุทกภัย หรือในที่หรือบริเวณที่มีอุบัติเหตุ เหตุทุกขภัย

แก่รถไฟ หรือยานพาหนะอื่นที่ประชาชนโดยสาร หรือภัยพิบัติอื่นทำนองเดียวกันหรืออาศัยโอกาสที่มีเหตุเช่น

ว่านั้น หรืออาศัยโอกาสที่ประชาชนกำลังตื่นกลัวภยันตรายใดๆ

            (3) โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วย

ประการใดๆ

            (4) โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า หรือเข้าช่องทางซึ่งผู้เป็นใจเปิดไว้

ให้

            (5) โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่น มอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้

            (6) โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน

            (7) โดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป

            (8) ในเคหสถาน สถานที่ราชการหรือสถานที่ที่จัดไว้เพื่อให้บริการสาธารณะที่ตนได้เข้าไปโดยไม่ได้

รับอนุญาต หรือซ่อนตัวอยู่ในสถานที่นั้นๆ

            (9) ในสถานที่บูชาสาธารณะ สถานีรถไฟ ท่าอากาศยานที่จอดรถ หรือเรือสาธารณะ สาธารณสถาน

สำหรับขนถ่ายสินค้าหรือในยวดยานสาธารณะ

            (10) ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์

            (11) ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง

            (12) ที่เป็นของผู้มีอาชีพกสิกรรม บรรดาที่เป็นผลิตภัณฑ์ พืชพันธ์ สัตว์ หรือเครื่องมืออันมีไว้สำหรับ

ประกอบกสิกรรมหรือได้มาจากการกสิกรรมนั้น

            ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 10,000 บาท ตามมาตรา 335

วรรคหนึ่ง

            ถ้าความผิดตามวรรคแรกเป็นการกระทำที่ประกอบด้วยลักษณะดังที่บัญญัติไว้ในอนุมาตราดังกล่าว

แล้วตั้งแต่ 2 อนุมาตราขึ้นไป ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง

10,000 บาท ตามมาตรา 335 วรรคสอง

            ถ้าความผิดตามวรรคแรกเป็นการกระทำต่อทรัพย์ที่เป็น โค กระบือ เครื่องกล หรือเครื่องจักรที่ผู้มี

อาชีพกสิกรรมมีไว้สำหรับประกอบกสิกรรม ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่

6,000 บาทถึง 20,000 บาท ตามมาตรา 335 วรรคสาม

            ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในมาตรานี้ เป็นการกระทำโดยความจำใจหรือความยากจนเหลือ

ทนทาน และทรัพย์นั้นมีราคาเล็กน้อย ศาลจะลงโทษผู้กระทำผู้กระทำความผิดดังที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 334

ก็ได้ ตามมาตรา 335 วรรคท้าย

4. ผู้ใดลักทรัพย์ที่เป็นพระพุทธรูปหรือวัตถุในทางศาลนา ถ้าทรัพย์นั้นเป็นที่สักการบูชาของประชาชนหรือเก็บ

รักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพระพุทธรูป หรือวัตถุดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่

3 ปีถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 6,000 บาทถึง 20,000 บาท ตามมาตรา 335 ทวิ วรรคแรก

            ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรก ได้กระทำในวัดสำนักสงฆ์ สถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนา

โบราณสถานอันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน สถานที่ราชการหรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ผู้กระทำต้องระวาง

โทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 บาทถึง 30,000 บาท ตามมาตรา 335 วรรคสอง

5. ความผิดฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 335 และมาตรา 335 ทวิ เป็นความผิดที่ผู้กระทำต้องรับโทษหนักขึ้น

เพราะมีเหตุฉกรรจ์ ผู้กระทำจะต้องรู้ข้อเท็จจริงของการกระทำนั้นด้วย ตามมาตรา 62 วรรคท้าย เช่น จะรับผิด

และโทษความผิดฐานลักทรัพย์ที่มีไว้เคารพบูชา ผู้กระทำก็ต้องรู้ว่าทรัพย์ที่ตนเอาไปโดยทุจริตนั้นเป็นทรัพย์ที่มี

ไว้เคารพบูชาของประชาชนด้วยนั้นเอง เป็นต้น

6. ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 334(ความผิดฐานลักทรัพย์ธรรมดา) , มาตรา 335(ความผิดฐานลักทรัพย์

โดยมิเหตุฉกรรจ์) , มาตรา 335 ทวิ(ความผิดฐานลักทรัพย์สิ่งที่มีไว้เคารพบูชาหรือในสถานที่มีไว้เคารพบูชา)

หรือมาตรา 336 โดยแต่งเครื่องแบบทหาร หรือตำรวจ หรือแต่งกายให้เข้าใจว่าเป็นทหารหรือตำรวจ หรือโดย

มีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์

นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นๆ กึ่งหนึ่ง ตามมาตรา 336 ทวิ

 

หน้าที่ของทนายความคดีความผิดฐานลักทรัพย์

1. เตรียมคดีโดยการค้นหาข้อเท็จจริงจากบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้รอบด้านมากที่สุด

2. พบและให้คำปรึกษาลูกความเป็นการส่วนตัวในกรณีลูกความเป็นฝ่ายผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหา ตามสิทธิใน

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 7/1(1) และในชั้นศาล ไม่ว่าลูกความจะเป็นฝ่ายโจทก์ผู้เสีย

หายหรือจำเลย อย่างถูกต้องครบถ้วน เพื่อการตัดสินใจของลูกความได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. อยู่ร่วมในการสอบสวนกับลูกความกรณีเป็นฝ่ายผู้ต้องหา ตามสิทธิใน มาตรา 7/1(2) ประกอบมาตรา 134/1

และมาตรา 134/3

4. ดำเนินการช่วยเหลือลูกความให้ได้รับการประกันตัวกรณีลูกความถูกจับอยู่ไม่ว่าจะในชั้นพนักงานสอบสวน

หรือชั้นฝากขังต่อศาลทั้งกรณีการถูกคุมขังโดยชอบด้วยกฎหมายหรือโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 90

หรือมาตรา 106

5. ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมให้แก่ลูกความเพื่อรักษาสิทธิต่างๆ กรณีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ ตาม

มาตรา 30

6. กรณีเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ต้องดำเนินการขอให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอเรียกทรัพย์สิน

หรือใช้ราคาแทนทรัพย์สินของลูกความที่เสียหายไปจากการกระทำความผิดในฐานความผิดที่ระบุไว้ ตาม

มาตรา 43 หรือยื่นคำร้องขอค่าสินไหมทดแทนให้แก่ลูกความ ตามมาตรา 44/1

7. ค้นหาพยานหลักฐานทั้งหลายที่เกี่ยวข้องเพื่อจะนำมาพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของจำเลย

8. ตรวจค้นข้อกฎหมาย และคำพิพากษาของศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบอายุความหรือระยะเวลาใน

การดำเนินคดีของลูกความ

9. ติดตามผลคดีของลูกความอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาประโยชน์แก่ลูกความเป็นสำคัญ

10. ดำเนินการให้ลูกความที่เป็นเจ้าของทรัพย์ที่ถูกยึดไว้เป็นของกลางให้ได้รับคืนของกลางกรณีเจ้าของไม่ได้

รู้เห็นเป็นใจให้ทรัพย์นั้นได้ใช้ในการกระทำความผิดด้วย ตามมาตรา 49  ประกอบประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 33 วรรคสองหรือมาตรา 34 วรรคสอง