Ratchada Law Firm

สำนักงานกฎหมายรัชดา

ThaiEnglish (UK)
BusinessTH.jpg

Call us Today

  • ปรึกษาปัญหาฟรี
  • ค่าจ้างเป็นธรรม
  • โทรหาเราวันนี้
  • โทร 02 512 1942 หรือ 02 512 1941
  • กรณีฉุกเฉิน (24 ชั่วโมง) 09 285 48800

Follow us

Thai Law Firm

รายละเอียดสำหรับการยื่นคำขอเพื่อมีถิ่นอยู่ในราชอาณาจักร (ในโค้วต้าประจำปี)



1. คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ

1.1 ต้องถือหนังสือเดินทางของประเทศที่ตนเองถือสัญชาติอยู่ในปัจจุบัน และต้องได้รับการตรวจลงตรา

ประเภทคนอยู่ชั่วคราว (NON-IMMIGRANT VISA) พร้อมกับได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นรายปี

มาแล้ว รอบเวลาการพำนักอยู่ไม่น้อยกว่า 3 ปี นับจนถึงวันที่ยื่นคำขอ

1.2 ประเภทการยื่นคำขอ ได้แก่

   (1) ขอเข้ามาเพื่อการลงทุน

   (2) ขอเข้ามาเพื่อทำงาน

 

   (3) ขอเข้ามาเพื่อเหตุผลทางมนุษยธรรม แบ่งเป็น มีความสัมพันธ์กับบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ฯ แล้ว ได้แก่ 1) เป็น

สามี – ภรรยา 2) เป็นบิดา – มารดา 3) เป็นบุตรอายุต่ำกว่า 20 ปีที่ยังไม่สมรส

   (4) ขอเข้ามาเป็นผู้เชี่ยวชาญ


2. กำหนดวันเปิดรับคำขอ

หลัง จากกระทรวงมหาดไทยได้ออกประกาศกำหนดจำนวนคนต่างด้าวซึ่งจะเข้ามามีถิ่นที่ อยู่ในราชอาณาจัก

ประจำปี และได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจึงจะสามารถออกประกาศเปิด

รับคำขอเพื่อมีถิ่นที่อยู่ ในราชอาณาจักรประจำปีได้ และจะสิ้นสุดการเปิดรับคำขอฯ ในวันทำการสุดท้ายของปี

นั้น ซึ่งสามารถสอบถามวันเปิดรับคำขอและรายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารประกอบคำขอได้ ที่ กองกำกับการ 1

กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง

3. ขั้นตอนการดำเนินการหลังจากรับคำขอแล้ว

3.1 เจ้าหน้าที่จะประทับตราอนุญาตให้อยู่รอฟังผลการพิจารณา ครั้งแรก 180 วัน ครั้งต่อไป ครั้งละ 180 วัน

จนกว่าจะทราบผลการพิจารณาจากคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง 

3.2 รับใบนัดหมายให้คนต่างด้าว และผู้เกี่ยวข้องมาสัมภาษณ์ โดยจะมีการทดสอบความสามารถในการพูดและ

ฟังภาษาไทยได้เข้าใจ (คนต่างด้าวจะต้องมาตรงตามวันที่นัดหมาย หากไม่มาตามที่นัดหมายโดยมีมีเหตุผลอัน

ควร จะถือว่าสละสิทธิ์การยื่นคำขอดังกล่าว)

3.3 คนต่างด้าวที่มีอายุสิบสี่ปีขึ้นไปนับจนถึงวันที่ยืนคำขอ จะต้องได้รับการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ดังนี้

   (1) พิมพ์ลายนิ้วมือคนต่างด้าวดังกล่าว ส่งไปตรวจประวัติที่กองทะเบียนประวัติอาชญากร เพื่อตรวจสอบว่ามี

ประวัติกระทำผิดในประเทศไทย หรือไม่

   (2) ตรวจสอบหนังสือเดินทางจากระบบบัญชีเฝ้าดู (BLACK LIST) ว่าเป็นบุคคลต้องห้าม ตามพระราช

บัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2552 หรือไม่

   (3) ตรวจสอบว่าเป็นบุคคลที่มีหมายจับของตำรวจสากล (BED NOTICE) จากกองการต่างประเทศ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือไม่

4. การพิจารณา

4.1 พิจารณาโดยคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง ประกอบด้วย ผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย, กระทรวง

การต่างประเทศ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กระทรวงแรงงาน, สำนักงานอัยการสูงสุด, สำนักงานคณะ

กรรมการส่งเสริมการลงทุน, สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสำนักงาน

ตรวจคนเข้าเมือง โดยความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

4.2 หลักเกณฑ์การพิจารณาจะคำนึงถึง รายได้ สินทรัพย์ ความรู้ ความสามารถในด้านวิชาชีพ และฐานะใน

ครอบครัวของคนต่างด้าวกับบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทย เงื่อนไขเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ บุคลิกภาพ สุขภาพ

ความเข้าใจภาษาไทย และเงื่อนไขอื่นๆ ตามความเหมาะสมที่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม และนโยบาย

ของรัฐบาล

4.3 ระยะเวลาในการพิจารณาแต่ละปีมีกำหนดระยะเวลาไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับนโยบายของคณะกรรมการ

พิจารณาคนเข้าเมือง และกระทรวงมหาดไทย


5. ค่าธรรมเนียมต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนด

5.1 ค่าธรรมเนียมสำหรับการยื่นคำขอ คนละ 7,600 บาท (เจ็ดพันหกร้อยบาทถ้วน) – จะได้รับอนุญาตหรือไม่

ก็ตาม เงินค่าธรรมเนียมจะไม่คืนให้ – 

5.2 หากได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ฯ ค่าธรรมเนียมใบสำคัญถิ่นที่อยู่ ฉบับละ 191,400 บาท (หนึ่งแสนเก้าหมื่น

หนึ่งพันสี่ร้อยบาทถ้วน) สำหรับคนต่างด้าวที่เป็นคู่สมรส หรือบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของคนต่างด้าวที่มีถิ่นที่

อยู่ในราชอาณาจักร หรือ ขอบบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทย ฉบับที่ 95,700 บาท (เก้าหมื่นห้าพันเจ็ดร้อยบาทถ้วน)

เอกสารใดเป็นภาษาต่างประเทศ ต้องผ่านการรับรองจากสถานทูต, แปลเป็นภาษาไทยโดยระบุรายละเอียดของ

ผู้แปลที่สามารถตรวจสอบได้ และผ่านการรับรองการแปลจากกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล

กระทรวงต่างประเทศ

คำเตือน :
 การแสดงเอกสาร หรือ ข้อความอันเป็นเท็จเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมาย

อาญา 

เอกสาร นี้ใช้เป็นแนวทางการดำเนินการเบื้องต้นเท่านั้น อาจมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย

รัฐบาล และสภาพเศรษฐกิจ สังคม ในปัจจุบัน


เอกสารประกอบการขอมีถิ่นที่อยู่ฯ ประเภทเข้ามาเพื่อเหตุผลทางมนุษยธรรม (ธันวาคม 2552)

กรณีเพื่อให้ความอุปการะ หรือ อยู่ในความอุปการะของบุคคลผู้มีสัญชาติไทย

(สามี – ภรรยา, บิดา – มารดา หรือ บุตรอายุต่ำกว่า 20 ปีที่ยังไม่สมรส)

1. แบบคำขอเพื่อมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร การขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรประจำปี)

2. ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาทรัฐบาล (อายุไม่เกิน 3 เดือน) การขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรประจำปี)

3. หนังสือรับรองว่าไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมจากประเทศที่ตนมีภูมิลำเนา โดยผ่านการรับรองกงสุลไทยใน

ประเทศนั้นๆ หรือผ่านการรับรองจากกงสุลของประเทศนั้นๆ ในประเทศไทย, แปลเป็นภาษาไทย และผ่านการ

รับรองจากกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (เฉพาะผู้ยื่นคำขอที่มีอายุตั้งแต่

14 ปีขึ้นไป)

4. สำเนาเอกสารรับรองการเป็นครอบครัว ได้แก่ ใบสำคัญการสมรส,, ทะเบียนสมรส (ค.ร. 2) ที่มีอายุไม่เกิน 3

เดือน, ใบสูติบัตรบุตร, เอกสารการจดทะเบียนรับรองบุตร เป็นต้น ซึ่งหากเป็นเอกสารต่างประเทศ ให้ผ่านการ

รับรองเอกสารเช่นเดียวกับ ข้อ 3

5. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และ สำเนาทะเบียนบ้านของผู้มีสัญชาติไทย พร้อมทั้งนำต้นฉบับไปแสดง

ด้วย

6. สำเนาเอกสารแสดงคุณวุฒิการศึกษาของผู้ยื่นคำขอ ผ่านการรับรองจากกงสุลของประเทศนั้นๆ ใน

ประเทศไทย, แปลเป็นภาษาไทยและผ่านการรับรองจากกองสัญชาติและนิติกรณี กรมการกงสุล กระทรวงการ

ต่างประเทศ หรือหนังสือรับรองว่าผู้ยื่นคำขอกำลังศึกษาอยู่แล้วแต่กรณี

7. หนังสือรับรองประวัติการทำงานจากสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน และสำเนาใบอนุญาต

ทำงาน ทุกเล่ม ทุกหน้า

8. หนังสือรับรองเงินเดือนจากกิจการที่ผู้ให้ความอุปการะทำงานอยู่ ซึ่งลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนามในกิจการ

นั้น (ตามแบบที่กำหนด) ย้อนหลัง 2 ปี การขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรประจำปี) และ สมัครงานพร้อมสัญญา

การจ้าง (ถ้ามี)

9. สำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 91 หรือ ภ.ง.ด. 90) ของผู้ให้ความอุปการะ

พร้อมหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 ทวิ จำนวน 3 ปีก่อนหน้าปีที่ยื่นคำขอ ซึ่งรับรองสำเนาโดย

เจ้าหน้าที่ของสรรพากร พร้อมสำเนาใบเสร็จรับเงิน

10. สำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1) ตั้งแต่ต้นปี จนถึงเดือนก่อนหน้าที่ยื่นคำขอ ซึ่ง

รับรองสำเนาโดยเจ้าหน้าที่ของสรรพากร พร้อมสำเนาใบเสร็จรับเงิน

11. หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลที่ผู้ความอุปการะเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ ด้วย (ฉบับคัดสำเนาจากกระทรวง

พาณิชย์ และมีอายุไม่เกิน 3 เดือน นับถึงวันที่ยื่นคำขอ) 

12. บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลที่ผู้ให้ความอุปการะเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ ด้วย (ฉบับคัดสำเนาจากกระทรวง

พาณิชย์ และมีอายุไม่เกิน 3 เดือน นับถึงวันที่ยื่นคำขอ)

13. สำเนาทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ ภาษีธุรกิจเฉพาะ เช่น ภ.พ.01, ภ.พ.09 และ ภ.พ. 20 

14. สำเนางบการเงิน (งบดุล งบกำไรขาดทุน) พร้อมแบบ ภ.ง.50 ของปีก่อนที่ยื่นคำขอ ซึ่งรับรองสำเนาโดย

เจ้าหน้าที่ของสรรพากรพร้อมสำเนาใบเสร็จรับเงิน (กรณีเป็นส่วนราชการ หรือ รัฐวิสาหกิจ ไม่ต้องนำมาแสดง)

15. นิติบุคคลใด ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ให้สำเนาบัตรส่งเสริม หรือ เอกสารที่แสดงว่าได้รับการส่งเสริม

ด้วย

16. หนังสือรับรองจากธนาคาร พร้อมสำเนาบัญชีเงินฝากประจำของผู้ให้ความอุปการะ (ถ้ามี)

17. แผนที่แดสงสถานที่พำนักอาศัยและสถานที่ทำงาน 18. สำเนาหนังสือเดินทางที่แสดงว่าได้รับอนุญาตให้อยู่

ต่อมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี (ทุกเล่มและทุกหน้า)

18. แบบข้อมูลบุคคล การขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรประจำปี) และภาพถ่ายผู้ให้ความอุปการะภายนอก

สถานที่ทำงาน (คนเดียว), ภายในสถานที่ทำงานกับพนักงาน, ภายนอกโรงงาน (คนเดียว), ภายในโรงงานกับ

คนงาน เครื่องจักรและสินค้า (ถ้ามี), ภาพถ่ายคนต่างด้าวภายนอกที่พักอาศัย ภายในที่พักอาศัย พร้อม

ครอบครัว จำนวน 18 ภาพ ขนาดโปสการ์ดทุกภาพติดบนกระดาษหัวบริษัท ขนาด A4 พร้อมคำบรรยายใต้

ภาพ

19. กรณีการยื่นอุปการะบุตรคนสัญชาติไทย ต้องนำหลักฐานการตรวจดีเอ็นเอ จากโรงพยาบาลของรัฐบาล

แสดงความสัมพันธ์ระหว่างบิดา มารดา และบุตร ด้วย

20. กรณียื่นอุปการะคู่สมรสคนสัญชาติไทย และมีบุตรด้วยกัน ต้องนำหลักฐานการตรวจดีเอ็นเอ จากโรง

พยาบาลของรัฐบาลแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง บิดา มารดา และบุตร ด้วย 

21. กรณีคู่สมรสคนสัญชาติไทยมีบิดามารดา หรือคนใดคนหนึ่งเป็นคนต่างด้าว ในแนบสำเนาใบสูติบัตรของคู่

สมรสที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งแนบสำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว, ใบสำคัญ

ถิ่นที่อยู่, ทะเบียนบ้านของบิดามารดา ที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ฯ ด้วย หากรายใดเสียชีวิตให้แนบสำเนาใบ

มรณะบัตร ด้วย

22. กรณีคู่สมรสไม่สามารถมีบุตรได้ ให้แนบ ให้แนบใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลของรัฐบาล พร้อมระบุ

สาเหตุการไม่สามารถมีบุตรได้

23. เอกสารอื่นๆ ที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นสมควรเรียกเพิ่มเติม

หมายเหตุ 

- เอกสารใดเป็นเอกสารส่วนตัว ให้คนต่างด้าวรับรองสำเนาเอง

- เอกสารใดเป็นเอกสารของนิติบุคคล ให้รับรองโดยผู้มีอำนาจลงนามในนิติบุคคลนั้นพร้อมประทับตราสำคัญ

ของบริษัทฯ

- เอกสารใดเป็นภาษาต่างประเทศ ต้องผ่านการรับรองจากกงสุลของประเทศนั้นๆ ในประเทศไทย, แปลเป็น

ภาษาไทย โดยระบุรายละเอียดของผู้แปลที่สามารถตรวจสอบได้ และผ่านการรับรองการแปลจากกองสัญชาติ

และนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ 


เอกสารประกอบการขอมีถิ่นที่อยู่ ประเภทเข้ามาเพื่อทำงาน (ธันวาคม 2552)
1. แบบคำขอเพื่อมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร (แบบ ตม.9) การขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรประจำปี)

2. ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาทรัฐบาล (อายุไม่เกิน 3 เดือน) การขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรประจำปี)

3. หนังสือรับรองว่าไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมจากประเทศที่ตนมีภูมิลำเนา โดยผ่านการรับรองจากกงสุลไทย

ในประเทศนั้นๆ หรือผ่านการรับรองจากกงสุลของประเทศนั้นๆ ในประเทศไทย, แปลเป็นภาษาไทย และผ่าน

การรับรองจากกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ 

4. สำเนาเอกสารแสดงคุณวุฒิการศึกษาของผู้ยื่นคำขอ ผ่านการรับรองจากกงสุลของประเทศนั้นๆ ใน

ประเทศไทย, แปลเป็นภาษาไทย และผ่านการรับรองจากกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงต่าง

ประเทศ

5. หนังสือรับรองประวัติการทำงานจากสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน การขอมีถิ่นที่อยู่ใน

ราชอาณาจักรประจำปี) และสำเนาใบอนุญาตทำงาน ทุกเล่ม ทุกหน้า

6. หนังสือรับรองเงินเดือนจากกิจการที่ผู้ยื่นคำขอทำงานอยู่ ซึ่งลงนามโดยมีผู้ลงอำนาจในกิจการนั้น (ตาม

แบบที่กำหนด) ย้อนหลัง 2 ปี การขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรประจำปี) และใบสมัครพร้อมสัญญาจ้าง (ถ้ามี)

7. สำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 91 หรือ ภ.ง.ด. 90) ของผู้ยื่นคำขอ พร้อมหลัก

ฐานการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตร 50 ทวิ จำนวน 3 ปีก่อนหน้าปีที่ยื่นคำขอ ซึ่งรับรองสำเนาโดยเจ้าหน้าที่

ของสรรพากร พร้อมสำเนาใบเสร็จรับเงิน

8. สำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด. 1) ตั้งแต่ต้นปี จนถึงเดือนก่อนหน้าที่ยื่นคำขอ ซึ่ง

รับรองสำเนาโดยเจ้าหน้าที่ของสรรพากร พร้อมสำเนาใบเสร็จรับเงิน

9. หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลที่ผู้ยื่นคำขอทำงานอยู่ (ฉบับคัดสำเนาจากกระทรวงพาณิชย์ แบะ

มีอายุไม่เกิน 3 เดือน นับถึงวันที่ยื่นคำขอ)

10. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลที่ผู้ยื่นคำขอทำงานอยู่ จำนวน 3 ปีก่อนหน้าที่ยื่นคำขอ

11. บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (ฉบับคัดสำเนาจากระทรวงพาณิชย์ และมีอายุไม่เกิน 3 เดือนนับถึงวันที่ยื่นคำขอ)

และหากผู้ยื่นคำขอถือหุ้นตั้งแต่ 54 ล้านบาทขึ้นไป ให้แนบบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นย้อนหลัง 3 ปี มาแสดงด้วย

12. สำเนาทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ เช่น ภ.พ.01, ภ.พ.09 และ ภ.พ.20

13. สำเนางบการเงิน (งบดุล งบกำไรขาดทุน) พร้อมแบบ ภ.ง.ด.50 จำนวน 3 ปีก่อนหน้าปีที่ยื่นคำขอ ซึ่ง

รับรองสำเนาโดยเจ้าหน้าที่ของสรรพากรพร้อมสำเนาใบเสร็จรับเงิน

14. หนังสือธนาคารรับรองการส่งออกสินค้าในรอบ 3 ปีก่อนหน้าปีที่ยื่นคำขอ (เฉพาะกิจการที่มีการส่งออก

สินค้า)

15. หนังสือรับรองการนำนักท่องเที่ยวเข้ามาในรอบ 3 ปีก่อนหน้าปีที่ยื่นคำขอจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการ

ท่องเที่ยว (เฉพาะกิจการท่องเที่ยว)

16. นิติบุคคลใด ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ให้สำเนาบัตรส่งเสริม หรือ เอกสารที่แสดงว่าได้รับการส่งเสริม

ด้วย

17. แผนที่แสดงสถานที่พำนักอาศัยและสถานที่ทำงาน การขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรประจำปี)

18. แบบข้อมูลบุคคล การขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรประจำปี) และภาพถ่ายคนต่างด้าวภายนอกสถานที่

ทำงาน (คนเดียว). ภายในสาถนที่ทำงานกับพนักงาน, ภายนอกโรงงาน (คนเดียว), ภายในโรงงานกับคนงาน

เครื่องจักร และสินค้า (ถ้ามี), ภาพถ่ายคนต่างด้าวภายนอกที่พักอาศัย ภายในที่พักอาศัย พร้อมครอบครัว (ถ้า

มี) จำนวน 18 ภาพ ขนาดโปรสการ์ด ทุกภาพติดบนกระดาษหัวบริษัท ขนาด A4 พร้อมคำบรรยายใต้ภาพ

19. เอกสารอื่นๆ ที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นสมควรเรียกเพิ่มเติม

หมายเหตุ 

- เอกสารใดเป็นเอกสารส่วนตัว ให้คนต่างด้าวรับรองสำเนาเอง

- เอกสารใดเป็นเอกสารของนิติบุคคล ให้รับรองโดยผู้มีอำนาจลงนามในนิติบุคคลนั้นพร้อมประทับตราสำคัญ

ของบริษัทฯ

- เอกสารใดเป็นภาษาต่างประเทศ ต้องผ่านการรับรองจากกงสุลของประเทศนั้นๆ ในประเทศไทย, 

แปลเป็นภาษาไทย โดยระบุรายละเอียดของผู้แปลที่สามารถตรวจสอบได้ และผ่านการรับรองการ

แปลจากกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ


เอกสารประกอบขอมีถิ่นที่อยู่ฯ ประเภทเข้ามาเป็นผู้เชี่ยวชาญ (ธันวาคม 2552)

1. แบบคำขอเพื่อมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร (แบบ ตม.9)ตม.9) การขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรประจำปี)

2. ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาทรัฐบาล (อายุไม่เกิน 3 เดือน) การขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรประจำปี)

3. หนังสือรับรองว่าไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมจากประเทศที่ตนมีภูมิลำเนา โดยผ่านการรับรองจากกงสุลไทย

ในประเทศนั้นๆ หรือผ่านการรับรองจากกงสุลของประเทศนั้นๆ ในประเทศไทย, แปลเป็นภาษาไทย และผ่าน

การรับรองจากกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ 

4. สำเนาเอกสารแสดงคุณวุฒิการศึกษาของผู้ยื่นคำขอ ผ่านการรับรองจากกงสุลของประเทศนั้นๆ ใน

ประเทศไทย, แปลเป็นภาษาไทย และผ่านการรับรองจากกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงต่าง

ประเทศ

5. หนังสือรับรองการผ่านงานหรือ ประสบการณ์การทำงาน

6. หนังสือรับรองประวัติการทำงานจากสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางานเงินเดือน (ดาวโหลด

ตัวอย่าง การขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรประจำปี) และสำเนาใบอนุญาตทำงาน ทุกเล่ม ทุกหน้า (ถ้ามี)

7. หนังสือรับรองการทำงานจากหน่วยงานที่ผู้ยื่นคำขอทำงานอยู่ โดยให้ระบุรายละเอียดการทำงาน รายได้ต่อ

เดือน

8. สำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 91 หรือ ภ.ง.ด. 90) ของผู้ยื่นคำขอ พร้อมหลัก

ฐานการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตร 50 ทวิ จำนวน 3 ปีก่อนหน้าปีที่ยื่นคำขอ ซึ่งรับรองสำเนาโดยเจ้าหน้าที่

ของสรรพากร พร้อมสำเนาใบเสร็จรับเงิน

9. สำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด. 1) ตั้งแต่ต้นปี จนถึงเดือนก่อนหน้าที่ยื่นคำขอ ซึ่ง

รับรองสำเนาโดยเจ้าหน้าที่ของสรรพากร พร้อมสำเนาใบเสร็จรับเงิน (ถ้ามี)

10. หนังสือสนับสนุนจากส่วนราชการ หรือ รัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง 

11. แผนที่แสดงสถานที่พำนักอาศัยและสถานที่ทำงาน การขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรประจำปี) 

12. สำเนาหนังสือเดินทางที่แสดงว่าได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี (ทุกเล่มและทุกหน้า)

13. แบบข้อมูลบุคคล (ดาวโหลดตัวอย่าง การขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรประจำปี) และภาพถ่าการยื่นคำขอ

เพื่อมีถิ่นอยู่ในราชอาณาจักร ยคนต่างด้าวภายนอกสถานที่ทำงาน (คนเดียว), ภายในสาถนที่ทำงานกับ

พนักงาน, ภายนอกโรงงาน (คนเดียว), ภายในโรงงานกับคนงาน เครื่องจักร และสินค้า (ถ้ามี), ภาพถ่ายคน

ต่างด้าวภายนอกที่พักอาศัย ภายในที่พักอาศัย พร้อมครอบครัว (ถ้ามี) จำนวน 10 ภาพ ขนาดโปสการ์ด ทุก

ภาพติดบนกระดาษหัวบริษัท ขนาด A4 พร้อมคำบรรยายใต้ภาพ

14. เอกสารอื่นๆ ที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นสมควรเรียกเพิ่มเติม 

หมายเหตุ 

 

- เอกสารใดเป็นเอกสารส่วนตัว ให้คนต่างด้าวรับรองสำเนาเอง

 

- เอกสารใดเป็นเอกสารของนิติบุคคล ให้รับรองโดยผู้มีอำนาจลงนามในนิติบุคคลนั้นพร้อมประทับตราสำคัญ

ของบริษัทฯ

- เอกสารใดเป็นภาษาต่างประเทศ ต้องผ่านการรับรองจากกงสุลของประเทศนั้นๆ ในประเทศไทย, 

แปล เป็นภาษาไทย โดยระบุรายละเอียดของผู้แปลที่สามารถตรวจสอบได้ และผ่านการรับรองการแปลจากกอง

สัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ