Attorney of

  • บริษัทกฏหมายที่มีความน่าเชื่อถือใน ประเทศไทย
  • เรทราคาที่ยอมรับได้
  • ทุกปัญหา
  • ทางกฏหมาย สามารถติดต่อปรึกษาได้ ฟรี!

เริ่มต้นกับเราวันนี้

ทนายความคดีความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์

สาระสำคัญความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์

  • 1. ความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์นี้มีบัญญัติอยู่ในประมวลกฎหมายอาญา ภาค 2 ภาความผิด ลักษณะ 12 ความผิด เกี่ยวกับทรัพย์ หมวด 1 ความผิดฐานลักทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์
  • 2.. ผู้ใดลักทรัพย์โดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้า ผู้นั้นกระทำความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท ตามมาตรา 336 วรรคหนึ่ง สังเกตว่า ความผิดตามวรรคนี้เป็นบทลงโทษทั้งจำ และปรับศาลจะไม่ลงโทษอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น
  • ดังนั้น ความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์นั้นผู้กระทำจะต้องมีการกระทำครบองค์ประกอบซึ่งเป็นความผิดฐานลัก ทรัพย์มาแล้ว ตามมาตรา 334 คือ ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริตเสีย ก่อน จึงจะมาปรับเข้ากับบทความผิดฐานนี้ต่อไปได้
  • ถ้าการวิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 4,000 บาท ถึง 14,000 บาท ตามมาตรา 336 วรรคสอง
  • ถ้าการวิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 20 ปี และ ปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ตามมาตรา 336 วรรคสาม
  • ถ้าการวิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 บาทถึง 30,000 บาท ตามมาตรา 336 วรรคท้าย
  • โดยความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ตามมาตรา 336 วรรคสองถึงวรรคท้ายนี้ เป็นความผิดที่ต้องการผลอัน ทำให้ผู้กระทำต้องรับโทษหนักขึ้น โดยอาศัยผลตามธรรมดาย่อมเกิดขึ้นได้ ตามมาตรา 63 ด้วย 3. ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 334 , มาตรา 335 , มาตรา 335 ทวิ หรือมาตรา 336(ความผิดฐานวิ่งราว ทรัพย์) โดยแต่งเครื่องแบบทหาร หรือตำรวจ หรือแต่งกายให้เข้าใจว่าเป็นทหารหรือตำรวจ หรือโดยมีหรือใช้ อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือ เพื่อให้พ้นการจับกุม ต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นๆ กึ่งหนึ่ง ตามมาตรา 336 ทวิ

หน้าที่ของทนายความคดีความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์

  • 1. เตรียมคดีโดยการค้นหาข้อเท็จจริงจากบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้รอบด้านมากที่สุด
  • 2. พบและให้คำปรึกษาลูกความเป็นการส่วนตัวในกรณีลูกความเป็นฝ่ายผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหา ตามสิทธิใน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 7/1(1) และในชั้นศาล ไม่ว่าลูกความจะเป็นฝ่ายโจทก์ผู้เสีย หายหรือจำเลย อย่างถูกต้องครบถ้วน เพื่อการตัดสินใจของลูกความได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • 3. อยู่ร่วมในการสอบสวนกับลูกความกรณีเป็นฝ่ายผู้ต้องหา ตามสิทธิใน มาตรา 7/1(2) ประกอบมาตรา 134/1 และมาตรา 134/3
  • 4. ดำเนินการช่วยเหลือลูกความให้ได้รับการประกันตัวกรณีลูกความถูกจับอยู่ไม่ว่าจะในชั้นพนักงานสอบสวน หรือชั้นฝากขังต่อศาลทั้งกรณีการถูกคุมขังโดยชอบด้วยกฎหมายหรือโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 90 หรือมาตรา 106
  • 5. ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมให้แก่ลูกความเพื่อรักษาสิทธิต่างๆ กรณีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ ตาม มาตรา 30
  • 6. กรณีเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ต้องดำเนินการขอให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอเรียกทรัพย์สิน หรือใช้ราคาแทนทรัพย์สินของลูกความที่เสียหายไปจากการกระทำความผิดในฐานความผิดที่ระบุไว้ ตาม มาตรา 43 หรือยื่นคำร้องขอค่าสินไหมทดแทนให้แก่ลูกความ ตามมาตรา 44/1
  • 7. ค้นหาพยานหลักฐานทั้งหลายที่เกี่ยวข้องเพื่อจะนำมาพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของจำเลย
  • 8. ตรวจค้นข้อกฎหมาย และคำพิพากษาของศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบอายุความหรือระยะเวลาใน การดำเนินคดีของลูกความ
  • 9. ติดตามผลคดีของลูกความอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาประโยชน์แก่ลูกความเป็นสำคัญ
  • 10. ดำเนินการให้ลูกความที่เป็นเจ้าของทรัพย์ที่ถูกยึดไว้เป็นของกลางให้ได้รับคืนของกลางกรณีเจ้าของไม่ได้ รู้เห็นเป็นใจให้ทรัพย์นั้นได้ใช้ในการกระทำความผิดด้วย ตามมาตรา 49 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 วรรคสองหรือมาตรา 34 วรรคสอง