Attorney of

  • บริษัทกฏหมายที่มีความน่าเชื่อถือใน ประเทศไทย
  • เรทราคาที่ยอมรับได้
  • ทุกปัญหา
  • ทางกฏหมาย สามารถติดต่อปรึกษาได้ ฟรี!

เริ่มต้นกับเราวันนี้

ทนายคดีเช็ค,ทนายคดีตั๋วแลกเงิน,ทนายคดีตั๋วสัญญาใช้เงิน

สาระสำคัญของกฎหมายตั๋วเงิน

  • 1. ตั๋วเงินมีกฎหมายรับรองอยู่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 3 ลักษณะ 21
  • 2. ตั๋วเงินมี 3 ประเภท คือ ตัวแลกเงิน ตั๋วสัญญาใ้ช้เงิน และเช็ค ตามมาตรา 898
  • 3. เป็นสัญญาที่ต้องอาศัยมูลหนี้อื่นอันเป็นมูลหนี้หลักหรือมูลหนี้ประธาน เช่น การออกเช็คเพื่อชำระหนี้ค่า สินค้า หรือออกตั๋วสัญญาใช้ชำระหนี้เงินกู้ เป็นต้น
  • 4. แม้จะออกตั๋วเงินมาชำระหนี้ที่มีอยู่จริง แต่หนี้หลักหรือหนี้ประธานจะยังไม่ระงับ ต่อเมื่อมีการใช้เงินตามตั๋ว เงินแล้วเท่านั้น ตามมาตรา 321 วรรคท้าย เช่น หนี้กู้ยืมเงินจะระงับต่อเมื่อ เจ้าหนี้ได้นำเช็คไปขึ้นเงินและได้รับ เงินจากธนาคารแล้ว เป็นต้น
  • 5. เป็นนิติกรรมสองฝ่ายหรือหลายฝ่าย เช่น มีผู้สั่งจ่าย มีผู้จ่ายเงิน และมีผู้รับเงิน เป็นต้น
  • 6. บุคคลผู้ลงลายมือชื่อลงในตั๋วเงินย่อมจะต้องรับผิดตามเนื้อความในตั๋วเงินนั้น มาตรา 900
  • 7. ตั๋วเงินไม่สามารถลงเครื่องหมายอย่างหนึ่งอย่างใด เช่น แกงใด หรือลายพิมพ์นิ้วมือได้ ไม่มีผลเป็นตั๋วเงิน
  • 8. ตั๋วเงินเป็นตราสารชนิดหนึ่ง ที่สามารถโอนเปลี่ยนมือได้ แทนการใช้เงินสด ซึ่งมีลักษณะคล้ายการโอนหนี้ กันได้อย่างหนึ่ง ถ้าเป็นกรณีตั๋วเงินชนิดระบุชื่อ ใช้วิธีการสลักหลังและส่งมอบ ส่วนตั๋วเงินชนิดให้ใช้เงินแก่ผู้ ถือ สามารถโอนให้แก่กันด้วยการส่งมอบได้เลย
  • 9. ผู้มีสิทธิตามตั๋วเงินเรียกว่า "ผู้ทรง" ซึ่งกฎหมายหมายความว่า บุคคลผู้มีตั๋วเงินไว้ในครอบครอง โดยฐานเป้น ผู้รับเงิน หรือเป็นผู้รับสลักหลังถ้าและเป็นตั๋วเงินสั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือๆ ก็นับว่าเป็นผู้ทรงเหมือนกัน ตามมาตรา 903
  • 10. ความรับผิดของผู้สั่งจ่ายหรือผู้ออกตั๋วเงินมีต่อเมื่อ ตั๋วเงินมีการปฏิเสธการจ่ายเงิน เว้นแต่ว่าตั๋วเงินนั้นจะมี การรับรองการใช้เงินจากผู้จ่าย ถ้ากรณีตั๋วแลกเงินเป็นไปตามตามมาตรา 937 หรือกรณีเช็ค ตามมาตรา 993 วรรคสอง เป็นต้น
  • 11. ตั๋วแลกเงินนั้น บรรดาบุคคลผู้สั่งจ่ายก็ดี ผู้รับรองก็ดี ผู้สลักหลังก็ดี หรือรับประกันด้วยการอาวัลก็ดี ย่อม ต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้ทรง ตามมาตรา 967 แต่ผู้สั่งจ่ายก็ดี ผู้รับรองก็ดี ผู้สลักหลังคนก่อนก็ดี ซึ่งเขาสลักหลัง หรือโอนตั๋วแลกเงินให้อีกทอดหนึ่งนั้น หามีสิทธิจะไล่เบี้ยเอาแก่คู่สัญญาฝ่ายซึ่งตนย่อมต้องรับผิดต่อเขาอยู่ ก่อนแล้วนั้นไม่ได้ ตามาตรา 971 ซึ่งหลักกฎหมายดังกล่าวนี้นำปใช้กับตั๋วสัญญาใช้เงินและเช็คด้วยโดย อนุโลม

หน้าที่ของทนายความคดีตั๋วเงิน(ตั๋วแลกเงิน, ตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือเช็ค)

  • 1. เตรียมคดี โดยการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ ทั้งจากฝ่ายลูกความและบุคคลที่เกี่ยวข้อง
  • 2. ตรวจสอบความเรียบร้อยของเอกสารว่าลูกความว่ามีครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ เช่น เช็คมีการลงวันที่หรือไม่ มี การลงลายมือชื่อของผู้สั่งจ่ายที่แท้จริงหรือไม่ หรือมีรายการต่างๆ ครบถ้วนตามกฎหมายกำหนดหรือไม่ เป็นต้น
  • 3. ตรวจสอบยอดหนี้และดอกเบี้ยของลูกความจำนวนโดยรวมทั้งหมด
  • 4. ค้นหาข้อกฎหมาย คำพิพากษศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง และตรวจสอบอายุความสัญญาของลูกความ และของ บุคคลฝ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในคดี เพราะบุคคลที่รับผิดในฐานะต่างกันตามตั๋วเงินอาจจะมีอายุความในการฟ้อง ร้องดำเนินคดีแตกต่างกัน เช่น การฟ้องผู้รับรองตั๋วแลกเงิน ผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน ต้องฟ้องภายใน 3 ปี นับแต่ วันในตั๋วนั้นๆ ถึงกำหนดใช้เงิน ตามมาตรา 1001 ,ถ้าจะฟ้องผู้สลักหลังและผู้สั่งจ่าย ต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับ แต่วันที่ได้ลงในคำคัดค้านหรือนับแต่ตั๋วเงินถึงกำหนด ตามมาตรา 1002 เป็นต้น
  • 5. ดูแลผลประโยชน์ของลูกความในผลความคืบหน้าของคดีอย่างสม่ำเสมอ
  • 6. ให้คำแนะนำปรึกษาในทางกระบวนพิจารณาของศาลและข้อกฎหมายแก่ลูกความอย่างถูกต้องครบถ้วน เพื่อ ประกอบการตัดสินใจของลูกความ