Attorney of

  • บริษัทกฏหมายที่มีความน่าเชื่อถือใน ประเทศไทย
  • เรทราคาที่ยอมรับได้
  • ทุกปัญหา
  • ทางกฏหมาย สามารถติดต่อปรึกษาได้ ฟรี!

เริ่มต้นกับเราวันนี้

คดีจัดทำพินัยกรรม

สาระสำคัญของพินัยกรรม

  • 1. พนัยกรรมมีกฎหมายบัญญัติรับรองอยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 มรดก ลักษณะ 3 ว่า ด้วยเรื่อง "พินัยกรรม" มีอยู่ทั้งสิ้น 6 หมวด คือ หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป , หมวด 2 แบบพินัยกรรม , หมวด 3 ผลและการตีความแห่งพินัยกรรม , หมวด 4 พินัยกรรมที่ตั้งผู้ปกครองทรัพย์ , หมวด 5 การเพิกถอนและการตก ไปแห่งพินัยกรรมทหรือข้อกำหนดพินัยกรรม , หมวด 6 ความเสียเปล่าแห่งพินัยกรรมหรือข้อกำหนดพินัยกรรม
  • 2.บุคคลใดจะแสดงเจตนาโดยพินัยกรรมกำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตนเอง หรือในการต่างๆ อัน จะให้เกิดเป็นผลบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อตายก็ได้ ตามมาตรา 1646 ดังนั้น การทำพินัย คือการแสดงเจตนา ทำนิติกรรมอย่างหนึ่ง เป็นการแสดงเจตนาเผื่อตายนั้นเอง
  • 3. การทำทำพินัยกรรมเป็นการทำนิติกรรมฝ่ายเดียวโดยเคร่งครัด หมายความว่า นิติกรรมฝ่ายเดียวที่ไม่จำ ต้องมีผู้รับการแสดงเจตนานั่นเอง
  • 4. การแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายนั้นย่อมทำได้ด้วยคำสั่งสุดท้ายกำหนดไว้ในพินัยกรรม ตามมาตรา 1647
  • 5. พินัยกรรมต้องทำตามแบบซึ่งระบุไว้ในหมวด 2 แห่งลักษณะนี้ ตามมาตรา 1648
  • 5.1 พินัยกรรมนั้น จะทำตามแบบธรรมดา โดยต้องทำเป็นหนังสือ ลงวัน เดือน ปี ในขณะทำขึ้น และผู้ทำ พินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คนพร้อมกัน ซึ่งพยาน 2 คนนั้นต้องลงลายมือชื่อ รับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมไว้ในขณะนั้นด้วย ตามมาตรา 1656 วรรคหนึ่ง
  • การขูดลบ ตก เติม หรือการแก้ไข เปลี่ยนแปลงอย่างอื่น ซึ่งพินัยกรรมนั้นย่อมสมบูรณ์ เว้นแต่จะได้ปฏิบัติ ตามแบบอย่างเดียวกับการทำพินัยกรรมตามมาตรานี้ ตามมาตรา 1656 วรรคสอง นั่นก็คือมีการลงวัน เดือน ปี ขณะทำขึ้น และผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คนพร้อมกัน ซึ่งพยาน 2 คนนั้น ต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมไว้ในขณะนั้นด้วย เช่นเดียวกับวรรคหนึ่งนั่นเอง
  • 5.2 พินัยกรรมนั้น จะทำเป็นเอกสารเขียนเองทั้งฉบับก็ได้ กล่าวคือผู้ทำพินัยกรรมต้องเขียนด้วยมือของ ตนเอง ซึ่งข้อความทั้งหมด วัน เดือน ปี และลายมือชื่อของตน ตามมาตรา 1657 วรรคหนึ่ง
  • การขูด ลบ ตก เติม หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นซึ่งพินัยกรรมนั้นย่อมไม่สมบูรณ์ เว้นแต่ผู้ทำ พินัยกรรมจะได้ทำด้วยลายมือตนเอง และลงลายมือชื่อกำกับไว้ ตามมาตรา 1657 วรรคสอง
  • บทบัญญัติมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายนี้ มิให้นำมาใช้บังคับแก่พินัยกรรมที่ทำขึ้นตามมาตรานี้ ตาม มาตรา 1657 วรรคท้าย นั้นคือ จะใช้วิธีที่ผู้ทำพินัยกรรม จะไม่เขียนเองเ่พียงแต่ลงลายมือชื่อไม่ได้ หรือจะ พิมพ์ลายนิ้วมือ ตราประทับ หรือแกงได แล้วมีพยานสองคนลงลายมือชื่อรับรองไม่ได้นั่นเอง
  • 5.3 พินัยกรรมนั้น จะทำเป็นเอกสารฝ่ายเมืองก็ได้ กล่าวคือ (ตามมาตรา 1658 วรรคหนึ่ง)
  • (1) ผู้ทำพินัยกรรมต้องไปแจ้งข้อความที่ตนประสงค์จะให้ใส่ไว้ในพินัยกรรมของตนแก่กรมการอำเภอต่อ หน้าพยานอีกอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน
  • (2) กรมการอำเภอต้องจดข้อความข้อความที่ผู้ทำพินัยกรรมแจ้งให้ทราบนั้นลงไว้ และอ่านข้อความนั้นให้ ผู้ทำพินัยกรรมและพยานฟัง
  • (3) เมื่อผู้ทำพินัยกรรมและพยานทราบแน่ชัดว่า ข้อความที่กรมการอำเภอจดนั้นเป็นการถูกต้องตรงกันกับ ที่ผู้ทำพินัยกรรมแจ้งไว้แล้ว ให้ผู้ทำพินัยกรรมและพยานลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ
  • การขูด ลบ ตก เติม หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างอื่น ซึ่งพินัยกรรมนั้นย่อมไม่สมบูรณ์ เ้ว้นแต่ผู้ทำ พินัยกรรม พยาน และกรมการอำเภอจะได้ลงลายมือชื่อกำกับไว้
  • 5.4 พินัยกรรมนั้น จะทำเป็นเอกสารลับก็ได้ กล่าวคือ (ตามมาตรา 1660 วรรคหนึ่ง)
  • (1) ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อในพินัยกรรม
  • (2) ผู้ทำพินัยกรรมต้องผนึกพินัยกรรมนั้น แล้วลงลายมือชื่อคาบรอยผนึกนั้น
  • (3) ผู้ืทำพินัยกรรมต้องนำพินัยกรรมที่ผนึกนั้นไปแสดงต่อกรมการอำเภอ และพยานอีกอย่างน้อยสองคน และให้ถ้อยคำต่อบุคคลทั้งหมดเหล่านั้น ว่าด้วยพินัยกรรมของตน และให้ถ้อยคำต่อบุคคลทั้งหมดเหล่านั้น ว่า เป็นพินัยกรรมของตน ถ้าพินัยกรรมนั้นผู้ทำพินัยกรรมมิได้เป็นผู้เขียนเองโดยตลอด ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องแจ้ง นามและภูมิลำเนาของผู้เขียนให้ทราบด้วย
  • (4) เมื่อกรมการอำเภอจดถ้อยคำของผู้ทำพินัยกรรมและวัน เดือน ปี ที่นำพินัยกรรมมาแสดงไว้บนซองนั้น และประทับตราตำแหน่งแล้ว ให้กรมการอำเภอผู้ทำพินัยกรรมและพยานลงลายมือชื่อบนซองนั้น
  • การขูดลบ ตก เติม หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างอื่น ซึ่งพินัยกรรรมนั้นย่อมไม่สมบูรณ์ เว้นแต่ผู้ืทำ พินัยกรรมจะได้ลงลายมือชื่อกำกับไว้ ตามมาตรา 1661 วรรคสอง
  • ถ้าบุคคลผู้ทั้งใบและหูหนวกหรือผู้ที่พูดไม่ได้ มีความประสงค์จะทำพินัียกรรมเป็นแบบเอกสารลั ให้ผู้นั้น เขียนด้วยตนเองบนซองพินัียกรรมต่อหน้ากรมการอำเภอและพยานซึ่งข้อความว่าพินัยกรรมที่ผนึกไว้นั้นเป็น ของตนแทนการให้ถ้อยคำดังที่กำหนดไว้ในมาตรา 1660 (3) และถ้าหากมีผู้เขียนก็ให้เขียนชื่อกับภูมิลำเนา ของผู้เขียนพินัยกรรมนั้นไว้ด้วย ตามมาตรา 1661 วรรคหนึ่ง
  • ให้กรมการอำเภอจดลงไว้บนซองเป็นสำคัญว่า ผู้ทำพินัยกรรมได้ปฏิบัติตามข้อความในวรรคก่อนแล้ว แทนการจดถ้อยคำของผู้ทำพินัยกรรม ตามมาตรา 1661 วรรคสอง
  • พินัียกรรมซึ่งได้ทำแบบเอกสารฝ่ายเมืองหรือเอกสารลับนั้น กรมการอำเภอจะเปิดเผยแก่บุคคลอื่นใดไมได้ ในระหว่างที่ผู้ทำพินัยกรรมยังมีชีวิตอยู่ และผู้ทำพินัยกรรมจะเรียกให้กรมการอำเภอส่งมอบพินัยกรรมนั้นแก่ ตนในเวลาใดๆ กรมการอำเภอจำต้องส่งมอบให้ ตามมาตรา 1662 วรรคหนึ่ง
  • ถ้าพินัยกรรมนั้นทำเป็นแบบเอกสารฝ่ายเมือง ก่อนส่งมอบพินัยกรรม ให้กรมการอำเภอคัดสำเนา พินัยกรรมไว้แล้วลงลายมือชื่อประทับตราตำแหน่งเป็นสำคัญ สำเนาพินัยกรรมนั้นจะเปิดเผยแก่บุคคลอื่นใดไม่ ได้ ในระหว่างที่ผู้ทำพินัยกรรมยังมีชีวิตอยู่ ตามมาตรา 1662 วรรคสอง
  • 5.5 เมื่อมีพฤติการณ์พิเศษซึ่งบุคคลใดไม่สามารถจะทำพินัยกรรมตามแบบอื่นที่กำหนดไว้ได้ เช่นตกอยู่ใน อันตรายใกล้ความตาย หรือเวลามีโรคระบาด หรือสงคราม บุคคลนั้นจะทำพินัยกรรมด้วยวาจาก็ได้ ตาม มาตรา
  • 1663 วรรคหนึ่ง
  • เพื่อการนี้ ผู้ทำพินัียกรรมต้องแสดงเจตนากำหนดข้อพินัยกรรมต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนซึ่งอยู่ พร้อมกัน ณ ที่นั้น ตามมาตรา 1663 วรรคสอง
  • พยาน 2 คนนั้นต้องไปแสดงตนต่อกรมการอำเภอโดยมิชักช้าและแจ้งข้อควาทมที่ผู้ทำพินัยกรรมได้สั่งไว้ ด้วยวาจานั้น ทั้งต้องแจ้งวัน เดือน ปี สถานที่ที่ทำพินัยกรรมและพฤติการณ์พิเศษนั้นไว้ด้วย ตามมาตรา 1663 วรรคสาม
  • ให้กรมการอำเภอจดข้อความที่พยานแจ้งนั้นไว้ และพยาน 2 คนนั้นต้องลงลายมือชื่อไว้ หรือมิฉะนั้น จะ ให้เสมอกับการลงลายมือชื่อได้ก็แต่ด้วยลงลายพิมพ์นิ้วมือโดยมีพยานลงลายมือชื่อรับรอง 2 คน ตามมาตรา 1663 วรรคท้าย
  • ความสมบูรณ์แห่งพินัยกรรมซึ่งทำขึ้นตามมาตราก่อนนั้นย่อมสิ้นไปเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่เวลาผู้ ทำพินัยกรรมกลับมาสู่ฐานะที่จะทำพินัยกรรมตามแบบอื่นที่กำหนดไว้ได้ ตามมาตรา 1664
  • 6. ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องลงลายมือชื่อตามมาตรา 1656 , 1658 , 1660 จะให้เสมอกับลงลายมือชื่อได้ก็แต่ด้วย ลงลายพิมพ์นิ้วมือโดยมีพยานลงลายมือชื่อรับรองไว้ด้วยสองคนในขณะนั้น ตามมาตรา 1665 ซึ่งไม่รวมมาตรา 1657 พินัยกรรมแบบเขียนเอง ซึ่งผู้ทำพินัยกรรมจะต้องลงลายมือชื่อของตนเองเท่านั้นจะพิมพ์ลายนิ้วมือไม่ได้
  • 7. บทบัญญัติมาตรา 9 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายนี้ มิให้ใช้บังคับแก่พยานผู้ที่จะต้องลงลายมือชื่อตาม มาตรา 1656 , 1658 , 1660 (ตามมาตรา 1666) หมายความว่า พยานในพินัยกรรมจะลงลายพิมพ์นิ้วมือแล้ว ให้พยานอีกสองคนรับรองลายพิมพ์นิ้วมือเหมือนผู้ทำพินัยกรรมไม่ได้นั่นเอง
  • 8. บุคคลต่อไปนี้จะเป็นพยานในการทำพินัยกรรมไม่ได้ (ตามมาตรา 1670)
  • (1) ผู้ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ
  • (2) บุคคลวิกลจริตหรือบุั่คคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไรความสามารถ
  • (3) บุึคคลที่หูหนวก เป็นใบ้ หรือจักษุบอดทั้งสองข้าง
  • 9. ผู้เขียน หรือพยานในพินัยกรรมจะเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมไม่ได้ ตามมาตรา 1653 วรรคหนึ่ง
  • ให้ใช้บทบัญญัติในวรรคก่อนบังคับแก่คู่สมรสของผู้เขียนหรือพยานในพนัยกรรมด้วย ตามมาตรา 1653 วรรคสอง
  • 10. พินัยกรรมซึ่งบุคคลที่มีอายุยังไม่ครบ 15 ปีบริบูรณ์ทำขึ้นนั้น เป็นโมฆะ ตามมาตรา 1703
  • 11. พินัยกรรมซึ่งบุคคลผู้ถูกศาลสั่งให้เป็นคนไรความสามารถทำขึ้น เป็นโมฆะ ตามมาตรา 1704 วรรคหนึ่ง
  • พินัยกรรมซึ่งบุคคลผู้ถูกอ้างว่าเป็นคนวิกลจริต แต่ศาลยังไม่ได้สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถทำขึ้นนั้น จะ เป็นอันเสียเปล่าก็แต่เมื่อพิสูจน์ได้ว่าในเวลาที่ทำนั้นผู้ทำจริตวิกลอยู่ ตามมาตรา 1704 วรรคสอง
  • ดังนั้น พินัยกรรมที่ทำขึ้นโดยบุคคลผู้ถูกศาลสั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถไม่ตกเป็นโมฆะ คือ สมบูรณ์มีผลตามกฎหมายได้
  • 12. พินัยกรรมหรือข้อกำหนดพินัยกรรมนั้นถ้าได้ทำขึ้นขัดต่อบทบัญญัติแห่งมาตรา 1652 , 1653 , 1656 , 1567 , 1658 , 1660 , 1661 หรือ 1663 ย่อมเป็นโมฆะ ตามมาตรา 1705 นั่นคือ กรณีผู้อยู่ในความปกครองทำ พินัยกรรมยกทรัพย์สินให้ผู้ปกครอง หรือคู่สมรสหรือผู้สืบสันดาหรือพี่น้องของผู้ปกครอง , กรณีผู้เขียนหรือ พยานในพินัยกรรมหรือคู่สมรสของผู้เขียนหรือของพยานในพินัยกรรมเป็นผู้รับพินัยกรรมด้วย หรือพินัยกรรม ทำไม่ถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนดไว้ตามแต่ละแบบต่างๆ นั่นเอง

หน้าที่ของทนายความคดีจัดทำพินัยกรรม

  • 1. เตรียมคดี โดยการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ ทั้งจากฝ่ายลูกความและบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
  • 2. ตรวจสอบความเรียบร้อยของเอกสารว่าลูกความว่ามีครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ เพราะคดีจัดทำพินัยกรรมต้องมี พยานเอกสารมาแสดงในการสืบพยานในศาลด้วยตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 เพราะการทำพินัยกรรมมีแบบกำหนดไว้ตามกฎหมายจึงจะสมบูรณ์ตามกฎหมาย
  • 3. ตรวจสอบสิทธิ,หน้าที่ ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องทั้งที่เป็นมรดกและทรัพย์สินของเจ้ามรดกที่ได้มาหลังจากเจ้า มรดกถึงแก่ความตายแล้ว เช่น เงินประกันชีวิต หรือบำเหน็จบำนาญตกทอด เป็นต้น ซึ่ง เงินดังกล่าวนำ กฎหมายว่าด้วยมรดกมาเทียบเคียงใช้ด้วย รวมถึงคำนวณยอดหนี้ ค่าเสียหายที่ตกทอดเป็นมรดกโดยรวม ทั้งหมด หรือกรณีที่เกิดจากการที่ผู้่จัดการมรดกทำผิดหน้า่ที่ด้วย
  • 4. ตรวจดูพินัยกรรมทั้งฉบับหรือข้อกำหนดแต่ละข้อว่ามีผลบังคับตามกฎหมายหรือไม่ หรือตกไปด้วยสาเหตุใด และพินัยกรรมสมบูรณ์ในแบบใดตามกฎหมาย
  • 5. ค้นหาข้อกฎหมาย ค้นคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง และอายุความหรือระยะเวลาในการดำเนินคดีของลูก ความ
  • 6. ดูแลผลประโยชน์ของลูกความในผลความคืบหน้าของคดีอย่างสม่ำเสมอ
  • 7. ให้คำแนะนำปรึกษาในทางกระบวนพิจารณาของศาลและข้อกฎหมายแก่ลูกความอย่างถูกต้องครบถ้วน เพื่อ ประกอบการตัดสินใจของลูกความ