Attorney of

  • บริษัทกฏหมายที่มีความน่าเชื่อถือใน ประเทศไทย
  • เรทราคาที่ยอมรับได้
  • ทุกปัญหา
  • ทางกฏหมาย สามารถติดต่อปรึกษาได้ ฟรี!

เริ่มต้นกับเราวันนี้

คดีผู้จัดการมรดกเฉพาะส่วน

สาระสำคัญของผู้จัดการมรดกเฉพาะส่วน

  • 1. เรื่องการจัดการมรดกนั้น มีกฎหมายบัญญัติรับรองอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 ว่าด้วย มรดก ลักษณะ 4 ว่าด้วยเรื่อง "วิธ๊จัดการและปันทรัพย์มรดก" มีอยู่ทั้งหมด 3 หมวด คือ หมวด 1 ผู้จัดการมรดก, หมวด 2 การรวบรวมจำหน่ายทรัพย์มรดกเป็นตัวเงินและการชำระหนี้กับแบ่งปันทรัพย์มรดก และหมวด 3 การ แบ่งมรดก
  • 2. เมื่อบุคคลธรรมดาถึงแก่ความตาย หรือกรณีกฎหมายถือว่าถึงแก่ความตาย บรรดาทรัพย์สิน สิทธิหน้าที่และ ความรับผิดต่างๆ ของเขาที่มีอยู่ก่อนตายจะกลายเป็นมรดก ตกทอดแก่ทายาท ตามมาตรา 1599 และมาตรา 1600 ซึ่งจะต้องมีผู้จัดการมรดกดังกล่าว เพื่อแบ่งปันแก่ทายาทต่อไป
  • 3. ผู้จัดการมรดกนั้นอาจมีได้หลายกรณี เช่น ผู้จัดการมรดกที่ทายาทตกลงยินยอมตั้งกันเอง หรือกรณีผู้เป็นเจ้า มรดกได้ทำพินัยกรรมตั้งไว้ รวมทั้งกรณีที่ทายาทไม่อาจตกลงกันได้ และไม่มีพินัยกรรมของผุ้เป็นเจ้ามรดกแต่ง ตั้งผุ้จัดการมรดกไว้จึงอาจแต่ง ตั้งโดยคำสั่งศาลได้ ตามมาตรา 1711
  • 4. ผู้จัดการมรดกโดยพินัยกรรมอาจตั้งขึ้นได้ (ตามมาตรา 1712)
  • (1) โดยผู้ทำพินัยกรรมเอง
  • (2) โดยบุคคลซึ่งระบุไว้ในพินัยกรรม (หมายความว่า เจ้ามรดกได้ระบุชื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือหลายคน ให้ไปเลือกผู้ที่จะมาเป็น ผู้จัดการมรดกอีกทีหนึ่ง)
  • 5. ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการจะร้องต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกก็ได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ (ตามมาตรา 1713 วรรคหนึ่ง)
  • (1) เมื่อเจ้ามรดกตาย ทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมได้สูญหายไป หรืออยู่นอกราชอาณาเขต หรือเป็น ผู้เยาว์
  • (2) เมื่อผู้จัดการมรดกหรือทายาทไม่สามารถ หรือเต็มใจที่จะจัดการ หรือมีเหตุขัดข้องในการจัดการ หรือใน การแบ่งปันมรดก
  • (3) เมื่อข้อกำหนดพินัยกรรมซึ่งตั้งผู้จัดการมรดกไว้ ไม่มีผลบังคับได้ด้วยประการใดๆ
  • การตั้งผู้จัดการมรดกนั้น ถ้ามีข้อกำหนดพินัยกรรมก็ให้ศาลตั้งตามข้อกำหนดในพินัยกรรมพินัยกรรมนั้น และถ้าไม่มีข้อกำหนดพินัยกรรมก็ให้ศาลตั้งเพื่อประโยชย์แก่กองมรดกตาม พฤติการณ์ และโดยคำนึงถึงเจตนา ของเจ้ามรดก แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร ตามมาตรา 1713 วรรคสอง
  • 6. ผู้จัดการมรดกต้องรับผิดต่อทายาทตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 809 ถึง 812 , 819 , 823 แห่งประมวล กฎหมายนี้โดยอนุโลม และเมื่อเกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ใช้มาตรา 831 บังคับโดยอนุโลม ตามมาตรา 1720 ซึ่งมาตราทั้งหลายดังกล่าวเป็นบทบัญญัติในเรื่องตัวแทน โดยถือเสมือนหนึ่งว่าผุ้จัดการมรดกนี้เป็นตัวแทนของ เจ้ามรดกผู้วายชนม์ ซึ่งอาจต้องรับผิดต่อทายาทหรือบุคคลภายนอก หากผู้จัดการมรดกกระทำการผิดหน้าที่ ของตนนั้นเอง
  • ดังนั้น ผู้จัดการเฉพาะทรัพย์มรดกบางส่วน อาจเกิดขึ้นโดยพินัยกรรมได้กำหนดไว้ อันเป็นเจตนาเจ้า มรดกที่ประสงค์จะให้ผู้จัดการมรดกคนใดรับผิดชอบทรัพย์มรดกเฉพาะส่วนใด หรือกรณีผู้มีส่วนได้เสียหรือ ทายาทได้ยื่นคำร้องขอตั้งมรดกต่อศาลเพื่อให้ผู้จัดการมรดกมีอำนาจจัดการทรัพย์มรดกส่วนใดโดยเฉพาะ เพราะอาจมีกรณีที่เจ้ามรดกมีทรัพย์สินอยู่มาก และเกิดปัญหาอุปสรรคในการแบ่งปันทรัพย์มรดกบางอย่าง เท่านั้น หรือทายาทและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องประสงค์จะทำเนินการแบ่งปันทรัพย์มรดกไปทีละอย่างก่อนก็เป็นได้ เช่น การแบ่งที่ดินมรดกเจ้าพนักงานปฏิเสธการโอนทันที ต้องมีคำสั่งศาลอันเป็นที่สุดก่อนว่าได้มีการแต่งตั้งผู้ จัดการมรดกตามกฎหมายก่อนแล้วจึงจะรับดำเนินการให้ เป็นต้น
  • อำนาจหน้าที่ของผู้จัดการมรดกเฉพาะส่วนจึงต้องอนุโลมนำบทบัญญัติว่าด้วยเรื่องตัวแทนรับมอบอำนาจ เฉพาะการ ตามมาตรา 800 มาใช้บังคับ ซึ่งมาตราดังกล่าวมีเนื้อความว่า "ถ้าตัวแทนได้รับมอบอำนาจแต่ เฉพาะการ ท่านว่าจะกระทำการแทนตัวการได้แต่เพียงในสิ่งที่จำเป็น เพื่อกิจอันเขาได้มอบหมายแก่ตนนั้น สำเร็จลุล่วงไป" หมายความว่า ผู้จัดการมรดกได้รับมอบอำนาจจากเจ้ามรดกหรือบรรดาทายาทหรือผู้มีส่วนได้ เสียที่เกี่ยวข้อง ให้มีอำนาจจัดการทรัพย์มรดกเฉพาะอย่างไป ตนก็มีอำนาจจัดการดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่อง กับทรัพย์มรดกชิ้นนั้นเพื่อให้การแบ่งปันทรัพย์มรดกชิ้นนั้นสำเร็จลุล่วงไปเท่านั้น ไม่มีอำนาจจัดการใดๆ ใน ทรัพย์มรดกในชิ้นอื่นๆ เช่น ทายาทร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้จัดการมรดกในที่ดินเพื่อแบ่งปันให้แก่ทายาททุกคน ผู้จัดการก็มีขอบเขตอำนาจแต่เฉพาะเท่าที่เกี่ยวกับการแบ่งแยกที่ดินให้สำเร็จเท่านั้น อาจจะโอนมาเป็นชื่อผู้ จัดการมรดกก่อนแล้วทำการแบ่งแยกที่ดินกันต่อไป แต่ผู้จัดการมรดกจะไปดำเนินการแบ่งปันรถยนต์ที่เป็น ทรัพย์มรดกอีกชิ้นไม่ได้ เป็นต้น
  • 7. ผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดจะร้องขอให้ศาลสั่งถอนผู้จัดการมรดก เพราะเหตุผู้จัดการมรดกละเลยไม่ทำการ ตามหน้าที่ หรือเพราะอย่างอื่นที่สมควรก็ได้ แต่ต้องร้องขอเสียก่อนที่การปันมรดกเสร็จสิ้นลง ตามมาตรา 1727 วรรคหนึ่ง
  • ถึงแม้ว่าจะได้เข้ารับตำแหน่งแล้วก็ดี ผู้จัดการมรดกจะลาออกจากตำแหน่งโดยมีเหตุอันสมควรก็ได้ แต่ ต้องได้รับอนุญาตจากศาล ตามมาตรา 1727 วรรคสอง

หน้าที่ของทนายความคดีผู้จัดการมรดกเฉพาะส่วน

  • 1. เตรียมคดี โดยการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ ทั้งจากฝ่ายลูกความและบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
  • 2. ตรวจสอบความเรียบร้อยของเอกสารว่าลูกความว่ามีครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ เพราะคดีผู้จัดการมรดกเฉพาะ ส่วน อาจต้องมีเอกสารหลักฐานหรือหนังสือสัญญาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และบางกรณีอาจต้องมีพยานเอกสาร มาแสดงในการสืบพยานในศาลด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 เช่น การตั้งผู้ จัดการมรดกไว้ในพินัยกรรม เป็นต้น
  • 3. ตรวจสอบสิทธิ,หน้าที่ ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องทั้งที่เป็นมรดกและทรัพย์สินของเจ้ามรดกที่ได้มาหลังจากเจ้า มรดกถึงแก่ความตายแล้ว เช่น เงินประกันชีวิต หรือบำเหน็จบำนาญตกทอด เป็นต้น ซึ่งเงินดังกล่าวนำ กฎหมายว่าด้วยมรดกมาเทียบเคียงใช้ด้วย รวมถึงคำนวณยอดหนี้ ค่าเสียหายที่ตกทอดเป็นมรดกโดยรวม ทั้งหมด หรือกรณีที่เกิดจากการที่ผู้่จัดการมรดกทำผิดหน้า่ที่ด้วย3. ตรวจสอบสิทธิ,หน้าที่ ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องทั้งที่เป็นมรดกและทรัพย์สินของเจ้ามรดกที่ได้มาหลังจากเจ้า มรดกถึงแก่ความตายแล้ว เช่น เงินประกันชีวิต หรือบำเหน็จบำนาญตกทอด เป็นต้น ซึ่งเงินดังกล่าวนำ กฎหมายว่าด้วยมรดกมาเทียบเคียงใช้ด้วย รวมถึงคำนวณยอดหนี้ ค่าเสียหายที่ตกทอดเป็นมรดกโดยรวม ทั้งหมด หรือกรณีที่เกิดจากการที่ผู้่จัดการมรดกทำผิดหน้า่ที่ด้วย
  • 4. ตรวจสอบพินัยกรรมหรือคำสั่งของศาลโดยละเอียดว่า ผู้จัดการมรดกเฉพาะส่วนนั้นมีอำนาจหน้าที่ในการ จัดการมรดกเฉพาะในส่วนใดให้แน่ชัด และตรวจสอบดูว่าผู้จัดการมรดกนั้นกระทำการเป็นไปตามอำนาจ หน้าที่ของตนที่มีอยู่หรือภายในขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่ควรมีหรือไม่
  • 5. ค้นหาข้อกฎหมาย ค้นคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง และอายุความหรือระยะเวลาในการดำเนินคดีของลูก ความ
  • 6. ดูแลผลประโยชน์ของลูกความในผลความคืบหน้าของคดีอย่างสม่ำเสมอ
  • 7. ให้คำแนะนำปรึกษาในทางกระบวนพิจารณาของศาลและข้อกฎหมายแก่ลูกความอย่างถูกต้องครบถ้วน เพื่อ ประกอบการตัดสินใจของลูกความ