Ratchada Law Firm

สำนักงานกฎหมายรัชดา

ThaiEnglish (UK)
CaseTh.jpg

Call us Today

  • ปรึกษาปัญหาฟรี
  • ค่าจ้างเป็นธรรม
  • โทรหาเราวันนี้
  • โทร 02 512 1942 หรือ 02 512 1941
  • กรณีฉุกเฉิน (24 ชั่วโมง) 09 285 48800

Follow us

Thai Law Firm

คดีทรัพท์สิน

 

สาระสำคัญเกี่ยวทรัพย์สิน

1. ทรัพสินนั้นมีกฎหมายรับรองอยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป ลักษณะ 3

ทรัพย์ และ บรรพ 4 ว่าด้วยทรัพย์สิน

2. คำนิยามศัพท์ตามกฎหมายมีอยู่ในบรรพ 1 ลักษณะ 3 มีดังนี้

   2.1 ทรัพย์  หมายความว่า วัตถุมีรูปร่าง ตามมาตรา 137

   2.2 ทรัพย์สิน หมายความรวมถึงทรัพย์และวัตถุไม่มีรูปร่าง ซึ่งอาจมีราคาและถือเอาได้ ตามมาตรา 138  ดัง

นั้น ทรัพย์ก็คือทรัพย์สินอย่างหนึ่งนั่นเอง ส่วนทรัพย์สินที่ว่าจะต้องมีราคานั้น หมายถึง มีมูลค่า หรือคุณค่าน่ั่น

เอง

   2.3 อสังหาริมทรัพย์ หมายความว่า ที่ดินและทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินมีลักษณะเป็นการถาวร หรือประกอบเป็น

อันเดียวกับที่ดินนั้น และหมายความรวมถึงทรัพย์สิทธิอันเกี่ยวกับที่ดิน หรือทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินหรือประกอบ

เป็นอันเดียวกับที่ดินนั้นด้วย ตามมาตรา 139

   2.4 สังหาริมทรัพย์ หมายความว่า ทรัพย์สินอื่นนอกจากอสังหาริมทรัพย์ และหมายความรวมถึงสิทธิอันเกี่ยว

กับทรัพย์สินนั้นด้วย ตามมาตรา 140 ดังนั้นหมายความว่า อะไรที่เป็นอสังหาริมทรัพย์แล้วจะไม่เป็น

สังหาริมทรัพย์ โดยแยกประเภทออกจากกันต่างหาก

   2.5 ทรัพย์แบ่งได้ หมายความว่า ทรัพย์อันอาจแยกออกจากกันเป็นส่วนๆ ได้จริงถนัดชัดแจ้ง แต่ละส่วนได้รูป

บริบูรณ์ลำพังตัว ตามมาตรา 141

   2.6 ทรัพย์แบ่งไม่ได้ หมายความว่า ทรัพย์อันจะแยกออกจากกันไม่ได้นอกจากเปลี่ยนแปลงภาวะของทรัพย์

และหมายความรวมถึงทรัพย์ที่มีกฎหมายบัญญัติว่าแบ่งไม่ได้ด้วย ตามมาตรา 142

   2.7 ทรัพย์นอกพาณิชย์ หมายความว่า ทรัพย์ที่ไม่สามารถถือเอาได้และทรัพย์ที่โอนแก่กันมิได้โดยชอบด้วย

กฎหมาย ตามมาตรา 143 เช่น สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ,ที่ดิน ส.ป.ก. หรือที่ดินมีข้อกำหนดห้ามโอน เป็นต้น

   2.8 ส่วนควบ หมายความว่า ส่วนซึ่งโดยสภาพแห่งทรัพย์หรือโดยจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่นเป็นสาระสำคัญ

ในความเป็นอยู่ของทรัพย์นั้น และไม่อาจแยกจากกันได้นอกจากจะทำลาย ทำให้บุบสลาย หรือทำให้ทรัพย์น้ัน

เปลี่ยนแปลงรูปร่าง ตามมาตรา 144 วรรคหนึ่ง

       เจ้าของทรัพย์ย่อมมีกรรมสิทธิ์ในส่วนควบของทรัพย์นั้น ตามมาตรา 144 วรรคสอง เช่น เจ้าของที่ดิน

ปลูกบ้านบนที่ดินนั้น เมื่อบ้านเป็นส่วนควบของที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์ประธาน เจ้าของที่ดินจึงเป็นเจ้าของบ้านด้วย

เป็นต้น

   2.9 อุปกรณ์ หมายความว่า สังหาริมทรัพย์ ซึ่งโดยปกตินิยมเฉพาะถิ่นหรือโดยเจตนาชัดแจ้งของเจ้าของ

ทรัพย์ที่เป็นประธาน เป็นของใช้ประจำอยู่กับทรัพย์ที่เป็นประธานเป็นอาจิณเพื่อประโยชน์แก่การจัดการดูแล

ใช้สอย หรือรักษาทรัพย์ที่เป็นประธาน และเจ้าของทรัพย์ได้นำมาสู่ทรัพย์ที่เป็นประธานโดยการนำมาติดต่อ

หรือปรับเข้าไว้ หรือทำโดยประการอื่นใดในฐานะเป็นของใช้ประกอบกับทรัพย์ที่เป็นประธานนั้น

       อุปกรณณ์ที่แยกออกจากทรัพย์ที่เป็นประธานเป็นการชั่วคราวก็ยังไม่ขาดจากการเป็นอุปกรณ์ของทรัพย์ที่

เป็นประธานนั้น

       อุปกรณ์ย่อมตกติดไปกับทรัพย์ที่เป็นประธาน เว้นแต่จะมีการกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น เช่น การขายเฉพาะ

ส่วนอุปกรณ์นั้นให้บุคคลอื่นไปแล้ว เป็นต้น ตามมาตรา 147

   2.10 ดอกผลของทรัพย์ ได้แก่ ดอกผลธรรมดาและดอกผลนิตินัย

       ดอกผลธรรมดา หมายความว่า สิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของทรัพย์ ซึ่งได้มาจากตัวทรัพย์ โดยการมีหรือ

ใช้ทรัพย์นั้นตามปกตินิยม และสามารถถือเอาได้เมื่อขาดจากทรัพย์นั้น เช่น ผลไม้ที่หลุดออกจากต้นแล้ว หรือ

ลูกสุนัข ลูกวัวที่คลอดจากตัวแม่แล้ว เป็นต้น

3. ไม่ยืนต้นเป็นส่วนควบกับที่ดินที่ไม้นั้นขึ้นอยู่ ตามมาตรา 145 วรรคหนึ่ง ไม้ยืนต้นคือไม้ที่วงจรชีวิตมากกว่า

3 ปีขึ้นไป เช่น ต้นมะม่วง ลำไย เป็นต้น

       ไม่ล้มลุกหรือธัญชาติอันจะเก็บเกี่ยวรวงผลได้คราวหนึ่งหรือหลายคราวต่อปีไม่เป็นส่วนควบ ตามมาตรา

145 วรรคสอง เช่น ข้าวไม่เป็นส่วนควบกับนาที่ปลูก เป็นต้น

4. ทรัพย์ซึ่งติดกับที่ดินหรือติดกับโรงเรือนเพียงชั่วคราวไม่ถือว่าเป็นส่วนควบกับที่ดินหรือโรงเรือนนั้น ความ

ข้อนี้ให้ใช้บังคับแก่โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ซึ่งผู้มีสิทธิในที่ดินของผู้อื่นใช้สิทธินั้นปลูกสร้างไว้ใน

ที่ดินนั้นด้วย ตามมาตรา 146 เช่น การเช่าที่ดินเพื่อปลูกบ้าน หรือทำร้านอาหาร บ้านหรือร้านอาหารนั้นไม่เป็น

ส่วนควบกับที่ดิน ดังนั้นเจ้าของที่ดินผู้ให้เช่าไม่ได้กรรมสิทธิ์ในบ้านหรือร้านนั้นไป เป็นต้น

       ดอกผลนิตินัย หมายความว่า ทรัพย์หรือประโยชน์อย่งอื่่นที่ได้มาเป็นครั้งคราวแก่เจ้าของทรัพย์จากผู้อื่น

เพื่อการที่ได้ใช้ทรัพย์นั้น และสามารถคำนวณและถือเอาได้เป็นรายวันหรือตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ เช่น ค่า

เช่าที่ได้จากการให้เช่าที่ดิน หรือเช่าบ้าน หรือดอกเบี้ยของเงินกู้ เป็นต้น

 

หน้าที่ของทนายความคดีตั๋วทรัพย์สิน

1. เตรียมคดี โดยการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ ทั้งจากฝ่ายลูกความและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ว่าเป็นกรณีเกี่ยวกับ

ทรัพย์สินในทางนิติกรรม เช่น การทำสัญญา หรือ นิติเหตุ เช่น การทำละเมิด เป็นต้น และมีทรัพย์สินที่พิพาท

เข้ามาเกี่ยวข้องได้อย่างไร ในประเด็นใด

2. ตรวจสอบความเรียบร้อยของเอกสารว่าลูกความว่ามีครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ เพราะคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินนั้น

บางกรณีอาจต้องมีเอกสารหลักฐานหรือหนังสือเพื่อแสดงต่อศาลในการสืบพยานด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธี

พิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 เช่น สัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์ หรือสังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ หรือ

สัญญาเช่าซื้อ เป็นต้น

3. ตรวจสอบยอดหนี้ ความเสียหายของทรัพย์สินที่พิพาทและดอกเบี้ยจำนวนโดยรวมทั้งหมด รวมถึงสิทธิและ

หน้าที่ของลูกความ

4. ค้นหาข้อกฎหมาย คำพิพากษศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง และอายุความในการดำเนินคดีของลูกความ

5. ดูแลผลประโยชน์ของลูกความในผลความคืบหน้าของคดีอย่างสม่ำเสมอ

6. ให้คำแนะนำปรึกษาในทางกระบวนพิจารณาของศาลและข้อกฎหมายแก่ลูกความอย่างถูกต้องครบถ้วน เพื่อ

ประกอบการตัดสินใจของลูกความ