Ratchada Law Firm

สำนักงานกฎหมายรัชดา

ThaiEnglish (UK)
CaseTh.jpg

Call us Today

  • ปรึกษาปัญหาฟรี
  • ค่าจ้างเป็นธรรม
  • โทรหาเราวันนี้
  • โทร 02 512 1942 หรือ 02 512 1941
  • กรณีฉุกเฉิน (24 ชั่วโมง) 09 285 48800

Follow us

Thai Law Firm

คดีผู้จัดการมรดกเฉพาะส่วน

 

สาระสำคัญของผู้จัดการมรดกเฉพาะส่วน

1. เรื่องการจัดการมรดกนั้น มีกฎหมายบัญญัติรับรองอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 ว่าด้วย

มรดก ลักษณะ 4 ว่าด้วยเรื่อง "วิธ๊จัดการและปันทรัพย์มรดก" มีอยู่ทั้งหมด 3 หมวด คือ หมวด 1 ผู้จัดการมรดก,

หมวด 2 การรวบรวมจำหน่ายทรัพย์มรดกเป็นตัวเงินและการชำระหนี้กับแบ่งปันทรัพย์มรดก และหมวด 3 การ

แบ่งมรดก

2. เมื่อบุคคลธรรมดาถึงแก่ความตาย หรือกรณีกฎหมายถือว่าถึงแก่ความตาย บรรดาทรัพย์สิน สิทธิหน้าที่และ

ความรับผิดต่างๆ ของเขาที่มีอยู่ก่อนตายจะกลายเป็นมรดก ตกทอดแก่ทายาท ตามมาตรา 1599 และมาตรา

1600  ซึ่งจะต้องมีผู้จัดการมรดกดังกล่าว เพื่อแบ่งปันแก่ทายาทต่อไป

3. ผู้จัดการมรดกนั้นอาจมีได้หลายกรณี เช่น ผู้จัดการมรดกที่ทายาทตกลงยินยอมตั้งกันเอง หรือกรณีผู้เป็นเจ้า

มรดกได้ทำพินัยกรรมตั้งไว้ รวมทั้งกรณีที่ทายาทไม่อาจตกลงกันได้ และไม่มีพินัยกรรมของผุ้เป็นเจ้ามรดกแต่ง

ตั้งผุ้จัดการมรดกไว้จึงอาจแต่ง ตั้งโดยคำสั่งศาลได้ ตามมาตรา 1711

4. ผู้จัดการมรดกโดยพินัยกรรมอาจตั้งขึ้นได้ (ตามมาตรา 1712)

    (1) โดยผู้ทำพินัยกรรมเอง

    (2) โดยบุคคลซึ่งระบุไว้ในพินัยกรรม (หมายความว่า เจ้ามรดกได้ระบุชื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือหลายคน

ให้ไปเลือกผู้ที่จะมาเป็น ผู้จัดการมรดกอีกทีหนึ่ง)

5. ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการจะร้องต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกก็ได้ ในกรณีดังต่อไปนี้

(ตามมาตรา 1713 วรรคหนึ่ง)

    (1) เมื่อเจ้ามรดกตาย ทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมได้สูญหายไป หรืออยู่นอกราชอาณาเขต หรือเป็น

ผู้เยาว์

    (2) เมื่อผู้จัดการมรดกหรือทายาทไม่สามารถ หรือเต็มใจที่จะจัดการ หรือมีเหตุขัดข้องในการจัดการ หรือใน

การแบ่งปันมรดก

    (3) เมื่อข้อกำหนดพินัยกรรมซึ่งตั้งผู้จัดการมรดกไว้ ไม่มีผลบังคับได้ด้วยประการใดๆ 

       การตั้งผู้จัดการมรดกนั้น ถ้ามีข้อกำหนดพินัยกรรมก็ให้ศาลตั้งตามข้อกำหนดในพินัยกรรมพินัยกรรมนั้น

และ้ถ้าไม่มีข้อกำหนดพินัยกรรมก็ให้ศาลตั้งเพื่อประโยชย์แก่กองมรดกตาม พฤติการณ์ และโดยคำนึงถึงเจตนา

ของเจ้ามรดก แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร ตามมาตรา 1713 วรรคสอง

6. ผู้จัดการมรดกต้องรับผิดต่อทายาทตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 809 ถึง 812 , 819 , 823 แห่งประมวล

กฎหมายนี้โดยอนุโลม และเมื่อเกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ใช้มาตรา 831 บังคับโดยอนุโลม ตามมาตรา 1720

ซึ่งมาตราทั้งหลายดังกล่าวเป็นบทบัญญัติในเรื่องตัวแทน โดยถือเสมือนหนึ่งว่าผุ้จัดการมรดกนี้เป็นตัวแทนของ

เจ้ามรดกผู้วายชนม์ ซึ่งอาจต้องรับผิดต่อทายาทหรือบุคคลภายนอก หากผู้จัดการมรดกกระทำการผิดหน้าที่

ของตนนั้นเอง

       ดังนั้น ผู้จัดการเฉพาะทรัพย์มรดกบางส่วน อาจเกิดขึ้นโดยพินัยกรรมได้กำหนดไว้ อันเป็นเจตนาเจ้า

มรดกที่ประสงค์จะให้ผู้จัดการมรดกคนใดรับผิดชอบทรัพย์มรดกเฉพาะส่วนใด หรือกรณีผู้มีส่วนได้เสียหรือ

ทายาทได้ยื่นคำร้องขอตั้งมรดกต่อศาลเพื่อให้ผู้จัดการมรดกมีอำนาจจัดการทรัพย์มรดกส่วนใดโดยเฉพาะ

เพราะอาจมีกรณีที่เจ้ามรดกมีทรัพย์สินอยู่มาก และเกิดปัญหาอุปสรรคในการแบ่งปันทรัพย์มรดกบางอย่าง

เท่านั้น หรือทายาทและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องประสงค์จะทำเนินการแบ่งปันทรัพย์มรดกไปทีละอย่างก่อนก็เป็นได้

เช่น การแบ่งที่ดินมรดกเจ้าพนักงานปฏิเสธการโอนทันที ต้องมีคำสั่งศาลอันเป็นที่สุดก่อนว่าได้มีการแต่งตั้งผู้

จัดการมรดกตามกฎหมายก่อนแล้วจึงจะรับดำเนินการให้ เป็นต้น

       อำนาจหน้าที่ของผู้จัดการมรดกเฉพาะส่วนจึงต้องอนุโลมนำบทบัญญัติว่าด้วยเรื่องตัวแทนรับมอบอำนาจ

เฉพาะการ ตามมาตรา 800 มาใช้บังคับ ซึ่งมาตราดังกล่าวมีเนื้อความว่า "ถ้าตัวแทนได้รับมอบอำนาจแต่

เฉพาะการ ท่านว่าจะกระทำการแทนตัวการได้แต่เพียงในสิ่งที่จำเป็น เพื่อกิจอันเขาได้มอบหมายแก่ตนนั้น

สำเร็จลุล่วงไป" หมายความว่า ผู้จัดการมรดกได้รับมอบอำนาจจากเจ้ามรดกหรือบรรดาทายาทหรือผู้มีส่วนได้

เสียที่เกี่ยวข้อง ให้มีอำนาจจัดการทรัพย์มรดกเฉพาะอย่างไป ตนก็มีอำนาจจัดการดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่อง

กับทรัพย์มรดกชิ้นนั้นเพื่อให้การแบ่งปันทรัพย์มรดกชิ้นนั้นสำเร็จลุล่วงไปเท่านั้น ไม่มีอำนาจจัดการใดๆ ใน

ทรัพย์มรดกในชิ้นอื่นๆ เช่น ทายาทร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้จัดการมรดกในที่ดินเพื่อแบ่งปันให้แก่ทายาททุกคน

ผู้จัดการก็มีขอบเขตอำนาจแต่เฉพาะเท่าที่เกี่ยวกับการแบ่งแยกที่ดินให้สำเร็จเท่านั้น อาจจะโอนมาเป็นชื่อผู้

จัดการมรดกก่อนแล้วทำการแบ่งแยกที่ดินกันต่อไป แต่ผู้จัดการมรดกจะไปดำเนินการแบ่งปันรถยนต์ที่เป็น

ทรัพย์มรดกอีกชิ้นไม่ได้ เป็นต้น

7. ผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดจะร้องขอให้ศาลสั่งถอนผู้จัดการมรดก เพราะเหตุผู้จัดการมรดกละเลยไม่ทำการ

ตามหน้าที่ หรือเพราะอย่างอื่นที่สมควรก็ได้ แต่ต้องร้องขอเสียก่อนที่การปันมรดกเสร็จสิ้นลง ตามมาตรา 1727

วรรคหนึ่ง

       ถึงแม้ว่าจะได้เข้ารับตำแหน่งแล้วก็ดี ผู้จัดการมรดกจะลาออกจากตำแหน่งโดยมีเหตุอันสมควรก็ได้ แต่

ต้องได้รับอนุญาตจากศาล ตามมาตรา 1727 วรรคสอง

 

หน้าที่ของทนายความคดีผู้จัดการมรดกเฉพาะส่วน

1. เตรียมคดี โดยการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ ทั้งจากฝ่ายลูกความและบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

2. ตรวจสอบความเรียบร้อยของเอกสารว่าลูกความว่ามีครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ เพราะคดีผู้จัดการมรดกเฉพาะ

ส่วน อาจต้องมีเอกสารหลักฐานหรือหนังสือสัญญาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และบางกรณีอาจต้องมีพยานเอกสาร

มาแสดงในการสืบพยานในศาลด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 เช่น การตั้งผู้

จัดการมรดกไว้ในพินัยกรรม เป็นต้น 

3. ตรวจสอบสิทธิ,หน้าที่ ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องทั้งที่เป็นมรดกและทรัพย์สินของเจ้ามรดกที่ได้มาหลังจากเจ้า

มรดกถึงแก่ความตายแล้ว เช่น เงินประกันชีวิต หรือบำเหน็จบำนาญตกทอด เป็นต้น ซึ่งเงินดังกล่าวนำ

กฎหมายว่าด้วยมรดกมาเทียบเคียงใช้ด้วย รวมถึงคำนวณยอดหนี้ ค่าเสียหายที่ตกทอดเป็นมรดกโดยรวม

ทั้งหมด หรือกรณีที่เกิดจากการที่ผู้่จัดการมรดกทำผิดหน้า่ที่ด้วย

4. ตรวจสอบพินัยกรรมหรือคำสั่งของศาลโดยละเอียดว่า ผู้จัดการมรดกเฉพาะส่วนนั้นมีอำนาจหน้าที่ในการ

จัดการมรดกเฉพาะในส่วนใดให้แน่ชัด และตรวจสอบดูว่าผู้จัดการมรดกนั้นกระทำการเป็นไปตามอำนาจ

หน้าที่ของตนที่มีอยู่หรือภายในขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่ควรมีหรือไม่

5. ค้นหาข้อกฎหมาย ค้นคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง และอายุความหรือระยะเวลาในการดำเนินคดีของลูก

ความ

6. ดูแลผลประโยชน์ของลูกความในผลความคืบหน้าของคดีอย่างสม่ำเสมอ

7. ให้คำแนะนำปรึกษาในทางกระบวนพิจารณาของศาลและข้อกฎหมายแก่ลูกความอย่างถูกต้องครบถ้วน เพื่อ

ประกอบการตัดสินใจของลูกความ